ได้ยินเสียง จู้สือยวนและจู้เหย่ต่างก็มองไป
เย่ชูเหอและเฉินเยวี่ยนเดินเคียงข้างกันเข้ามา
ผิดกับท่าทีขี้เหนียวขี้บ่นเมื่อก่อน ดูเหมือนเมื่อมีเฉินเยวี่ยนอยู่ด้วย ในแววตาของเย่ชูเหอก็แฝงรอยยิ้มอ่อนโยน ส่วนเฉินเยวี่ยนยังคงสีหน้าเย็นชา ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย แต่เพราะไม่ค่อยพูด หน้าม้าหนาจึงแทบปิดบังดวงตาทั้งสองข้าง ให้ความรู้สึกหม่นหมอง
เย่ชูเหอคล้องแขนเฉินเยวี่ยนไว้ พลางมองรถมาเซราติที่อยู่ตรงหน้าโดยไม่รู้ตัว
เธอเพิ่งซื้อมือถือตอนเข้ามหาวิทยาลัย เป็นไอโฟนมือสองเครื่องหนึ่ง
เย่ชูเหอรู้ว่าตัวเองไม่มีเงิน กลัวจะอับอาย ดังนั้นตั้งแต่มีมือถือจึงใช้เวลาวันละมาก ๆ ดูของมีค่าทางอินเทอร์เน็ต
อย่างเช่นเมื่อวาน กระเป๋าแอร์เมสที่เมิ่งอวิ๋นชีซื้อให้จู้สือยวน เธอฉวยโอกาสตอนจู้สือยวนไม่อยู่ แอบหยิบกระเป๋าใบนั้นออกมาถ่ายรูป แล้วถามชาวเน็ตจึงรู้ว่ากระเป๋ารุ่นนั้นราคาตั้งสองแสนแปดหมื่นหยวน
สองแสนแปดหมื่นหยวน!
ครอบครัวเธอทำงานหนักมาทั้งปีแทบตายยังหาเงินไม่ได้ถึงสามหมื่นหยวน กระเป๋าใบเดียวกลับเท่ากับรายได้สิบปีของครอบครัวเธอ!!
อีกอย่างยี่ห้อรถคันนี้เธอก็รู้จัก ราคาถูกสุดก็เจ็ดแปดแสน
ทั้งที่อยู่มหาวิทยาลัยเดียวกัน เหตุใดช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนถึงได้มากมายเพียงนี้
