หร่วนจื้อฟังแล้วยิ่งอยากร้องไห้
เธอพูดว่า "ฉันไม่ได้ทำเรื่องแย่อะไรนะ อย่างมากก็เมื่อคืนฉันเห็นมีคนด่าชีชี ฉันก็เลยโต้กลับไปไม่กี่คำ แต่ฉันเถียงพวกเธอไม่ชนะ เปลี่ยนไอดีไปสามอันก็ถูกแจ้งความผิดจนปิด"
"ไม่ใช่สาเหตุจากทางนี้ แต่เป็นเคราะห์กรรมหนึ่งในโชคชะตาของเธอ ถ้าผ่านไปได้ก็ราบรื่นไปหมด ถ้าผ่านไปไม่ได้ก็ตุย"
หร่วนจื้อ "…สือยวน เธออย่าพูดอีกเลย เทอมนี้ฉันจะไม่ออกจากรั้วมหาลัยเด็ดขาด!"
เมิ่งอวิ๋นชีเป็นห่วงยิ่งกว่าหร่วนจื้อ แทบจะคุกเข่าลงให้จู้สือยวน น้ำเสียงสั่นเครือ "สือยวน เธอต้องช่วยหร่วนจื้อให้ได้นะ เธอจะเอาเงินเท่าไหร่ฉันก็ให้เธอ!"
จู้สือยวนส่ายหัว
ใจของเมิ่งอวิ๋นชีจมลงสู่ก้นเหว น้ำตาคลอหน่วยตา "ไม่มีทางรักษาแล้วหรือ?"
จู้สือยวน "…ฉันหมายความว่าไม่ต้องการเงิน ถ้าเธอรู้สึกว่าไม่สบายใจ พวกเธอสองคนก็ไปบริจาคเงินทางออนไลน์สักหน่อย ทำบุญเปิดใจ ที่ว่าบุญกับเคราะห์ย่อมมาคู่กัน เพียงแค่ระมัดระวังตัว เคราะห์ร้ายก็จะค่อย ๆ เลือนหายไปตามกาลเวลาและกระแสปราณ"
"ส่วนเธอ พยายามอย่าไปเถียงกับคนในโลกออนไลน์ ถึงแม้ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องกุขึ้นมามั่ว ๆ แต่สิ่งที่เสียไปคือกรรมจากวาจาของเธอ"
เมิ่งอวิ๋นชีจะกล้าไม่เชื่อได้อย่างไร
สองสหายสนิทเบียดกันอยู่มุมหนึ่ง กอดกันไว้ พยักหน้าเล็กน้อยอย่างระมัดระวัง
เมื่อมีคำพูดของจู้สือยวนแล้ว ทั้งสองก็ไม่ย่างกรายออกไปนอกประตูมหาลัยอีกเลยจริง ๆ ทุกวันมีแต่เส้นตรงสามจุดคือ ห้องเรียน หอพัก โรงอาหาร
เมิ่งอวิ๋นชียังรู้สึกไม่สบายใจ จึงยอมจ่ายเงินหนึ่งล้านจากมือของจู้สือยวนเพื่อขอซื้อยันต์คุ้มภัยสิบแผ่นติดตัวไว้
เย่ชูเหอไม่ค่อยเล่นโลกออนไลน์ หลังจากเปิดเทอมไปนานแล้วถึงได้รู้ว่าจู้สือยวนกลายเป็นเน็ตไอดอลที่ทำนายโชคชะตาให้คนทางออนไลน์ แม้กระทั่งในมหาลัยยังมีนักศึกษาหรือแม้แต่อาจารย์ที่ตั้งใจเดินทางมาหาหวังจะให้จู้สือยวนถ่ายรูปด้วยหรือขอลายเซ็นจากจู้สือยวน
