สามวันต่อมา ตรงกับวันศุกร์พอดี
ก่อนปิดเทอม อาจารย์ใหญ่ตั้งใจจัดงานเสวนากับนักเรียนทั้งโรงเรียน จู้สือยวนถึงได้รู้จากปากของจวงซวี่ชิวและจู้เหย่ว่าสือหรานกับซ่งเวยถูกไล่ออกจากโรงเรียนแล้ว
"สือหรานโดนลงโทษ คราวนี้เกรงว่าคงไม่มีมหาวิทยาลัยดังไหนกล้ารับเธอแล้ว ส่วนซ่งเวยฉันได้ยินว่าเกรดดีใช้ได้ ถึงจะถูกไล่ออก แต่ทางบ้านออกเงินอีกนิดก็ยังเข้าโรงเรียนดีๆ ได้อีกแห่ง"
ทว่าสำหรับนักเรียนสองคน การถูกไล่ออกจากโรงเรียนก็นับเป็นเรื่องใหญ่หลวงนัก
เรื่องที่ทั้งสองขโมยข้อสอบกลายเป็นหัวข้อสนทนาของคนทั้งโรงเรียน แต่ไม่กี่วันก็ถูกเรื่องอื่นแทนที่
ไม่ว่าคนจนหรือคนรวย สุดท้ายในสายตาคนส่วนใหญ่ก็เป็นเพียงผู้ผ่านทางที่ไม่สลักสำคัญอะไร
จู้สือยวนไม่ได้สนใจเรื่องนี้มากนัก
อาจารย์ใหญ่ปราศรัยอยู่บนเวที จู้สือยวนยื่นม้วนกระดาษให้จวงซวี่ชิวและจู้เหย่คนละม้วนตามอารมณ์
ทั้งสอง: "…"
มองดีๆ ม้วนกระดาษมีคำศัพท์ภาษาอังกฤษอัดแน่นเต็มไปหมด
มุมปากจู้เหย่กระตุก พลางพูดเบาๆ ว่า "น้องสาว ไม่…ไม่จำเป็นมั้ง"
"จำเป็นนะ พี่กับจวงซวี่ชิวตอนเขียนตามคำศัพท์ภาษาอังกฤษคราวก่อน คำศัพท์ยี่สิบคำผิดไปสามคำ อาทิตย์หน้าก็สอบปลายภาคแล้ว พี่สามกับเสี่ยวชิวเร่งหน่อย สอบปลายภาคครั้งนี้ภาษาอังกฤษน่าจะได้เกินร้อยยี่สิบคะแนน"
