หลิวไป๋ทราบแผนการเดินทางในภายภาคหน้าของโจวตู้เจวียนแล้ว จึงนำแผนที่ของตนออกมา เทียบเคียงกับแผนที่ภูมิประเทศที่โจวตู้เจวียนลอกแบบมาจากยุคใหม่ ร่วมกันวางเส้นทางอันเหมาะสมที่สุดที่มุ่งสู่เมืองท่าขนาดใหญ่
หนึ่งเดือนต่อจากนี้ ก็คือการเดินหน้าตามเส้นทางนี้ไปเรื่อย ๆ
หากพบเมืองหรือตำบลที่ใหญ่หน่อย ก็แวะพักให้ทุกคนซื้อหาของใช้ประจำวันบ้าง แต่ที่สำคัญคือได้หยุดพักเท้า และรับซื้อของดีประจำถิ่นอะไรทำนองนั้น
สำหรับชาวหมู่บ้านหนานหูแล้ว ของที่ต้องซื้อหาในเมืองระหว่างทางมีไม่มากนัก
เพราะไม่ว่าจะเป็นเสบียงอาหารหรือผ้าทอ ต่อให้เป็นของหายากหาซื้อไม่ได้ในตลาดทั่วไป ที่ตระกูลโจวล้วนมีขาย
แถมยังเป็นของที่มีคุณภาพดีกว่า ราคาย่อมเยากว่าอีกด้วย
เหตุผลสำคัญที่ชาวหมู่บ้านหนานหูเดินทางมาตลอดทางโดยไม่ตื่นตระหนก ก็เพราะตระกูลโจวเปรียบเสมือนคลังเสบียงเคลื่อนที่ได้นั่นเอง
บัดนี้ ชาวหมู่บ้านหนานหูต่างยอมรับในตระกูลโจวด้วยใจจริง
เส้นสายของตระกูลโจวกว้างขวางยิ่งนัก ไม่ว่าจะไปถึงที่ใดก็สามารถค้าขาย และจัดหาเสบียงที่จำเป็นจากภายนอกได้ทุกเมื่อ
พวกเขาเพียงแค่ติดตามตระกูลโจวไปอย่างมั่นคง ขยันขันแข็งช่วยทำงาน ก็สามารถหาเงินได้ไม่น้อย
ไม่เพียงพอเป็นค่าใช้จ่ายตลอดการเดินทางแล้ว แต่ละครัวเรือนยังเก็บออมได้อีกยี่สิบสามสิบตำลึง ครัวเรือนที่มีสมาชิกมาก แรงงานมาก ก็เก็บออมได้ถึงห้าสิบหกสิบตำลึงแล้ว
นับว่าหาเงินได้มากกว่าตอนอยู่บ้านเกิดที่ต้องทำงานหนัก ทั้งยังกินดีกว่าด้วย
กินดี มีเงินใช้ จิตใจก็เบิกบาน ระหว่างทางก็ได้เดินทางออกกำลัง ชาวหมู่บ้านหนานหูตอนนี้จึงแข็งแรงขึ้นกันถ้วนหน้า
เดินทางมาสามเดือนกว่า เด็ก ๆ ตัวสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
กระทั่งท่านอาสามยังบอกว่ารู้สึกว่าขาของตนเบาและคล่องตัวขึ้น หากเป็นเช่นนี้ต่อไป บางทีอาจมีชีวิตอยู่ได้อีกหลายปี
