พ่อค้าเหอประหลาดใจนัก เรื่องใดจึงมีท่าทีลึกลับปานนี้ ราวกับเป็นสิ่งอัปมงคลมิอาจเปิดเผยแก่ผู้ใด
ครั้นเห็นแผ่นกระดาษที่คลี่อยู่ในมือโจวจงซิ่นชัดเจน เขาเบิกตากว้าง “นี่มันผัง…แผนที่รึ?!”
หลุดคำพูดไป เขาจึงรีบปิดปาก “ท่านพี่จงซิ่น สิ่งนี้ต้องห้ามมิอาจนำออกมาให้คนนอกล่วงรู้ได้เป็นอันขาด รีบเก็บเสียเถิด!”
เวลานี้โจวจงซิ่นแต่งเรื่องโกหกเรียบเรียงถ้อยคำคล่องนัก “ว่ากันตามจริงแล้ว แผนที่นี้ก็หาใช่แผนที่มาตรฐานอันใดไม่ ท่านดูเถิด บนนี้แม้แต่ถนนหลวงยังไม่มีกำหนดไว้ เป็นเพียงภาพร่างคร่าว ๆ ของภูมิประเทศที่กวีผู้หนึ่งซึ่งเคยเที่ยวชมเมืองอันชิ่งของเราโบราณกาลก่อนวาดขึ้น เพราะกลัวตนหลงลืมจนต้องหลงทาง
ยามนั้นมีพ่อค้าเร่ผู้หนึ่ง ณ ท่าเรือ ขณะทำการค้ากับข้า มอบให้ข้าพลางบอกว่า ที่นี่ตรงกับเมืองอันชิ่งพอดี เขาเก็บไว้ก็ไร้ประโยชน์ จึงให้ข้าเก็บไว้เป็นของสะสมพิสดาร
ข้ายังให้ส่วนลดแก่เขาอย่างงามล้ำไปมากมายเพราะการนี้!
ครั้นกลับถึงเรือน กลับถูกพี่สะใภ้ของท่านต่อว่าอยู่หลายคำ ว่ารังแต่จะถูกคนหลอกลวง ยังลดราคาให้เขาถึงเพียงนั้น
ดูเถิด ท่านเองก็มิใช่คนที่เดินทางไปทั่วย่านตำบลอำเภอของเมืองอันชิ่งเป็นอาจิญ ไหนเลยจักมีผู้ใดรู้ภูมิประเทศเมืองอันชิ่งของเราได้ดีเทียมท่านเล่า
ดังนั้นข้าจึงใคร่เชิญท่านช่วยดูว่าแผนที่นี้เป็นของเมืองอันชิ่งของเราหรือไม่ กำหนดหมายไว้ถูกต้องหรือเปล่า ข้าถูกผู้อื่นหลอกลวงจริงหรือไม่?”
พ่อค้าเหอฟังดังนั้นแล้วก็ถอนใจโล่งอก แอบคิดในใจว่าแม้พี่จงซิ่นผู้นี้ในหมู่บ้านหนานหูจะพูดคำหนึ่งไม่มีผู้ใดกล้าขัดได้ แต่ถึงอย่างไรในเรือนก็เป็นคนกลัวเมียผู้หนึ่ง