โจวตู้เจวียนแสร้งค้นหากระเป๋าของนาง ก่อนหยิบเรือไม้วอลนัตที่บรรจุในกล่องไม้ออกมา
“ที่บ้านเดิมของข้า มีคนที่รู้จักแกะสลักเช่นกัน ส่วนเรือลำนี้ เป็นฝีมือของเขา เมื่อก่อน เขาแกะสลักเล่นเป็นงานอดิเรก แต่บัดนี้ ครอบครัวของเขาประสบเรื่องยุ่งยาก ต้องการเงิน เขารู้ว่า ข้ามักไปมาในเมือง และรู้ช่องทางกว้าง จึงมอบเรือลำนี้ให้ข้า นำออกมาขาย ดูซิว่า จะได้ราคาหรือไม่
ข้าเองก็มิได้สันทัดด้านนี้มากนัก ท่านลุงสวีและสหายของท่าน ดูก็รู้ว่า เป็นผู้รู้แจ้งในทางนี้ ช่วยข้าพินิจหน่อยเถิด ว่า ราคาในตลาดควรอยู่ที่ราวเท่าใด จึงจะสมควร”
ในตอนแรก ลุงสวี มิได้ใส่ใจเท่าใดนัก เมื่อได้ยินว่า เป็นฝีมือของคนจากบ้านเกิดของโจวตู้เจวียน
เขารู้ดีว่า โจวตู้เจวียนมาจากหมู่บ้านในป่าเขา งานแกะสลักไม้ของคนบ้านนอก คาดว่า ก็คงเป็นเช่นสหายของเขา นามว่า นักแสวงไม้ทัง ที่ทำเพื่อความเพลิดเพลินใจตนเองเท่านั้น ส่วนคุณค่าเชิงศิลป์นั้น คงมีจำกัด
ทว่า เมื่อเขารับกล่องไม้มา และเปิดออกดู สีหน้าของเขาก็ค่อย ๆ แปรเปลี่ยน ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ถึงกับล้วงแว่นสายตาออกจากกระเป๋า ยกขึ้นเทียบใต้ดวงประทีปสว่างจ้าข้างแผงไม้แกะสลัก แล้วหมุนดูพลาง อย่างพินิจพิจารณา
ระหว่างนั้น เขาพลางเอ่ยว่า “นี่… งานนี้เป็นฝีมือมนุษย์หรือ? วิจิตรล้ำเลิศยิ่งนัก!”
นักแสวงไม้ทังไม่ยินดี “อะไรนะ วิจิตรล้ำเลิศ คิดไม่ถึงว่า ปากของเจ้าเฒ่าแซ่สวีนี้ จะเอื้อนเอ่ยคำชื่นชมงานแกะสลักไม้เป็นด้วย รีบให้ข้าดูเร็ง ว่าสิ่งใดกัน ช่างสมควรคำชมถึงเพียงนี้?”
