ยามที่โจวต้าอวี่ตามมาพบนั้น โจวตู้เจวียนพาหลิวไป๋กับพวกมุ่งหน้าไปยังร้านตัดเสื้อสำเร็จแล้ว
โจวต้าอวี่เอ่ยถามด้วยความยินดีปรีดาว่า “พี่ขอรับ เชิญยอดฝีมือไร้เทียมทานผู้นี้มาได้แล้วหรือ”
เพียงคำว่า “เชิญ” กับ “ยอดฝีมือไร้เทียมทาน” ก็ทำให้ใบหน้าหลิวไป๋แดงซ่าน
คาดว่าคงแดงมากทีเดียว เพราะแม้จะมีคราบฝุ่นดำหนาเตอะบนใบหน้าก็บดบังไม่อยู่
โจวตู้เจวียนยิ้มแล้วผงกศีรษะ “อืม เสี่ยวเอ้อท่านนี้แซ่หลิวชื่อไป๋ อายุมากกว่าข้าหนึ่งปี ต่อไปก็จะเป็นผู้คุ้มกันประจำตระกูลโจวของเราแล้ว เด็กน้อยข้างหลังนี้คือน้องร่วมสกุลของเขา
กลับร้านก่อนเถิด เจ้าไปตามท่านพ่อท่านแม่มา พวกเรากลับไปคุยกันที่ร้าน”
“ดี ดี ดี!” โจวต้าอวี่รับคำแล้ววิ่งไปตามบิดามารดากลับบ้านแต่โดยดี
เมื่อทุกคนกลับมาถึงร้าน โจวตู้เจวียนก็เล่าสถานการณ์ของร้านให้หลิวไป๋ฟังคร่าว ๆ จบ
หลิวไป๋เป็นคนพูดน้อย ทว่าความจำยอดเยี่ยมยิ่ง สิ่งที่โจวตู้เจวียนบอกเล่าครั้งเดียว เขากลับจดจำได้แม้กระทั่งรายละเอียด
เขายังหาตำแหน่งปากซอยด้านนอกร้านได้ด้วยตนเอง หลังจากนี้จะรักษาการณ์อยู่ ณ ที่แห่งนั้น
ตรงนี้ไม่ทำให้แขกเหรื่อสังเกตเห็น ไม่ทำให้แขกรู้สึกอึดอัดเหมือนถูกจับตามองยามเลือกซื้อสินค้า
ทั้งยังสามารถมองเห็นสภาพภายในร้านได้ถนัดผ่านประตูและหน้าต่าง แลเห็นชั้นวางเครื่องประดับหน้าประตูกับหุ่นโชว์เสื้อผ้าสำเร็จได้โดยรอบ
หากมีผู้ใดมือไม่สะอาด หรือมีคนมาก่อกวน เขาสามารถปรากฏตัวจัดการได้ในพริบตา
ยามที่โจวต้าอวี่พาบิดามารดากลับมา หลิวไป๋ก็นั่งยอง ๆ อยู่ตรงตำแหน่งที่เขาเลือกไว้
