นี่คือสิ่งที่องค์หญิงเป่าหรงประทานให้เขา บอกว่าไปขอมาจากอ๋องฉี เป็นอาวุธสังหารระยะประชิด ใช้ในระยะประชิดตัวดีกว่าปืนไฟเสียอีก
คราวนี้เขาตระเตรียมพร้อมมาเป็นอย่างดี
พวกที่ไร้ประโยชน์พวกนี้พึ่งไม่ได้ เขาจึงต้องลงมือเอง ให้ชีหยวนต้องตายให้ได้!
แต่เขาก็ยังไม่ทันได้ลงมือ เซียวอวิ๋นถิงก็เตะเข้าที่แผ่นหลังของเขาจากด้านหลังแล้ว ทำให้เขาถูกถีบจนตัวพุ่งไปข้างหน้า
ชีหยวนพลัดหลบไปด้านข้างตามจังหวะ แล้วมีดสั้นในแขนเสื้อซ้ายก็หลุดออกมา นางกัดฟันอดทนต่อความเจ็บปวด มือขวากระชากผมของปู้อู๋ยงไว้ มือซ้ายฟันไปที่คอของปู้อู๋ยง เลือดสดพุ่งกระฉูดออกมาฉับพลัน
ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วยิ่งนัก
เร็วเสียจนปู้อู๋ยงยังมีสติอยู่ ตาลืมโตเบิกกว้างจ้องมองชีหยวนอย่างไม่อยากเชื่อ
เขาคิดไม่ตก
ชีหยวนเห็นได้ชัดว่าเป็นห่วงพวกเด็กน้อยที่เรือนพักกลุ่มนั้น แล้วเหตุใดนางถึงยังลงมือสังหารเขาได้ลง?
เหตุใดนางไม่ถามถึงที่อยู่ของพวกเขาแล้ว?
ราวกับล่วงรู้ความสงสัยในใจของเขา ชีหยวนก้มลงมองเขา ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยอย่างเยือกเย็นว่า “ขันทีปู๋ ท่านต้องแปลกใจแน่ๆ ว่าทำไมข้าไม่รออีกสักนิด แล้วค่อยเค้นถามถึงที่อยู่ของเจียหล่างกับพวกเขาจากท่าน”
ปู้อู๋ยงพูดไม่ได้อีกแล้ว เพราะขณะนี้เลือดจำนวนมากเริ่มไหลทะลักออกจากปากของเขาเช่นกัน
ชีหยวนสีหน้าไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย เอ่ยเสียงเรียบว่า “ง่ายมาก ตั้งแต่ตอนที่ท่านคิดจะเอาชีวิตไปด้วยกันกับข้า ข้าก็รู้แล้วว่าไอ้ขันทีหมาตายอย่างท่านไม่มีทางบอกที่อยู่ของพวกเขาให้ข้ารู้ ไม่ว่าข้าจะพยายามแค่ไหนก็ตาม พวกขันทีตายซากอย่างพวกท่านก็เป็นแบบนี้ ข้ายังปล่อยท่านไว้ ท่านก็ไม่มีทางบอกความจริงให้ข้ารู้อยู่ดี ฉะนั้นจะเสียเวลาไปทำไมเล่า?”
