จันทราสาดแสงสีเงินยวง นับตั้งแต่เมื่อใดไม่รู้ สวีอินอินพลันรู้สึกราวกับมีภูเขาทั้งลูกกดทับร่างนาง
ช่องอกเจ็บร้าวรุนแรง เสมือนปลาขาดน้ำ นางอ้าปากสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนดวงตาจะเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก
สิ่งที่ประจักษ์แก่สายตา คือใบหน้าอันดุร้ายหยาบช้า ไร้ซึ่งความละเมียดละไม
ติงเฉิงหย่ง!
สวีอินอินตกใจสุดขีด ภาพเหตุการณ์นี้ช่างคุ้นเคยนัก
ทว่า เหตุใดจึง...
ยังไม่ทันได้คิดอย่างถ้วนถี่ เสียงแหลมสูงของหลีซิ่วเหนียงก็ดังแหวกขึ้นเสียก่อน "จะเล่นสนุกอย่างไรก็ตามใจ แต่อย่าทำให้มันตายเชียวล่ะ!"
ผู้เป็นมารดาบุญธรรมของนาง หลีซิ่วเหนียง!
ดวงตาสวีอินอินแทบปริแตก ร่างทั้งร่างสั่นสะท้าน
นางได้เกิดใหม่แล้ว! ย้อนคืนสู่ห้วงเวลาสิบสามปีก่อน!
เป็นเวลาเดียวกับที่นางเพิ่งล่วงรู้ว่าตนคือคุณหนูใหญ่แห่งจวนโหวหย่งผิง ในนครหลวง
จวนโหวหย่งผิงส่งคนมาสืบสวนข้อเท็จจริง หลังจากนั้นก็แจ้งว่าจะส่งคนมารับนางกลับ
แต่แล้ว ในค่ำคืนนั้นเอง นางก็ประสบเคราะห์!
หลีซิ่วเหนียงจับนางขังไว้ในเรือนฟืน ตามหาติงเฉิงหย่งมา เมื่อนางดิ้นรนขัดขืนสุดชีวิตจึงรอดพ้นจากการถูกย่ำยี ทว่ารุ่งเช้า หลีซิ่วเหนียงก็หาเรื่องให้คนมาจับผิดฐานลักลอบได้เสียอยู่นั่นเอง
เมื่อบานประตูเรือนฟืนถูกเปิดออก ร่างกายของนางเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำเขียวคล้ำ หาชิ้นดีมิได้
แถมยังมีติงเฉิงหย่งอยู่ที่นั่นด้วย
ไม่ว่านางจะแก้ตัวเช่นไร ก็ไร้ประโยชน์
ครั้นคนจากจวนโหวหย่งผิงมารับนาง ติงเฉิงหย่งยังจงใจจุดประทัดตรงหน้าประตู อ้างว่าตนได้เป็นบุตรเขยของจวนโหวแล้วเช่นกัน สมควรแก่การเฉลิมฉลอง ทำให้ผู้คนจากจวนโหวต้องอัปยศอดสู
ถึงที่สุดพวกเขาก็ยังคงรับนางกลับไป ทว่า กลับรังเกียจเดียดฉันท์นางอย่างถึงที่สุด
บิดามารดาของนางล้วนเห็นว่านางเป็นดังที่เติบโตมาในหมู่บ้านชนบทนอกเมืองผู้ห่างไกลความเจริญ เป็นหญิงมักมากหลายใจ ไร้ยางอาย
เหล่าพี่น้องร่วมสายเลือดก็ไม่มีใครยอมรับว่านางคือคนของจวนโหว
เพียงเท่านี้หลีซิ่วเหนียงยังไม่คิดปล่อยนาง! ยังจงใจยุยงให้ติงเฉิงหย่งไปก่อกวนถึงจวนโหว เป็นเหตุให้จวนโหวขับนางออกจากจวนอย่างไร้เยื่อใย
ส่วนธิดาของหลีซิ่วเหนียง ผู้ช่วงชิงฐานันดรของนางไป ชีจิ่น กลับยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้านางด้วยท่วงท่าสูงส่ง จ้องมองดูนางถูกคนต่อยขาจนหัก ดิ้นรนเอาชีวิตรอดบนท้องถนนราวกับสุนัขข้างถนน!
ทั้งหมดทั้งมวลนี้ เริ่มต้นขึ้นจากค่ำคืนนี้ ที่ติงเฉิงหย่งไต่ขึ้นมาบนเตียงของนาง
ไอ้สัตว์นรก!
ติงเฉิงหย่งเร่งร้อนกระชากเสื้อผ้าของนางอย่างไม่อดทนอีกต่อไปแล้ว
"อินอินเอ๋ย เจ้ายังไม่เคยลิ้มรสความหวานชื่นของบุปผาแรกแย้ม ให้พี่ใหญ่สอนเจ้าเถิด ว่าสิ่งใดที่เรียกว่าสุขจนลืมตาย"
ไม่ทันได้คิดให้ถ้วนถี่อีกครั้ง โดยสัญชาตญาณ นางงอเข่าชันขึ้น แล้วกระแทกขึ้นข้างบนอย่างแรง ปลายเข่ากระทบถูกจุดตายของติงเฉิงหย่งอย่างเหมาะเจาะ
ติงเฉิงหย่งผู้เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อบนใบหน้าเจ็บปวดจนตัวสั่นสะท้านอย่างรุนแรง กลิ้งเกลือกอยู่บนพื้น พลางแผดเสียงร้องโหยหวน
ถือโอกาสนี้ สวีอินอินลุกขึ้นจัดการอาภรณ์ชั้นนอกที่ใกล้จะถูกเลื่อนลงถึงบั้นเอวให้เรียบร้อย
หันกลับมามองติงเฉิงหย่งที่ยังนอนกลิ้งอยู่บนพื้น ในดวงตาของนางเต็มไปด้วยจิตสังหารอันแรงกล้า
ติงเฉิงหย่งเจ็บจนเอามือกุมจุดตาย กลิ้งเกลือกอยู่บนพื้น คำสาปแช่งพรั่งพรูออกมา "อีนังแพศยาต่ำตม ข้าจะฆ่าเจ้า!"
พูดพลางก็พุ่งเข้าใส่สวีอินอิน
ท่าทางหัวโตหูใหญ่ของมันชวนให้สวีอินอินคลื่นเหียนอาเจียน นางเบี่ยงศีรษะเหมือนต้องการหลบเลี่ยง แต่มือซ้ายกลับกำปิ่นปักผมไม้ที่ดึงออกมาเมื่อสักครู่ไว้แน่นโดยไม่ให้ใครสังเกต จิตสังหารในใจคุกรุ่น
พลันระยะห่างของติงเฉิงหย่งใกล้เข้ามาทุกขณะ มือซ้ายของนางก็แทงออกไปข้างหน้าฉับพลัน ปิ่นไม้ในมือเสียบทะลุเข้าที่ดวงตาของติงเฉิงหย่งทันที
ติงเฉิงหย่งส่งเสียงร้องโหยหวนดั่งผู้มิใช่มนุษย์
ใต้ฝ่าเท้าสวีอินอินขยับ ถีบส่งให้ร่างอันอ้วนพีเยี่ยงหมูของมันล้มคว่ำลงกับพื้น
จากนั้นก็รีบฉวยเก้าอี้ไม้พังๆ ที่อยู่ข้างกาย ยกขึ้นทุบลงบนศีรษะของติงเฉิงหย่งสุดแรงเกิด
ครั้งแล้วครั้งเล่า สวีอินอินใช้แรงทั้งหมดที่มี ไร้ซึ่งความปรานี
นางทุบจนหัวของติงเฉิงหย่งแหลกละเอียดในเวลาไม่นาน ตอนแรกติงเฉิงหย่งยังส่งเสียงร้องได้ แต่พอถึงภายหลัง กลับไร้สุ้มเสียงใดๆ อีกเลย
ภายในห้องไม่ได้จุดตะเกียง อาศัยเพียงแสงจันทร์สีขาวซีด สวีอินอินมองเห็นศีรษะอันยับเยินของติงเฉิงหย่ง
นางแย้มมุมปากขึ้นเล็กน้อย ค่อยๆ เช็ดมือของตนอย่างใจเย็น
ข้าวของในห้องยังคงเป็นของเดิมที่คุ้นตา นอกจากเตียงไม้โครงหยาบๆ หนึ่งหลัง กับเก้าอี้ไม้ไผ่เก่าๆ เรียงอยู่ข้างฝาอีกสองสามตัว ก็หาได้มีสิ่งใดอีกไม่
นางเดินเร็วๆ ไปที่ข้างเตียง ปีนขึ้นไปงำๆ อยู่ที่มุม ก่อนจะนำห่อผ้าออกมาเปิดดู ครั้นเห็นของภายใน ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
จากนั้นนางใคร่ครวญเล็กน้อย จึงวกกลับไปที่เตียงอีกครั้ง หยิบเสื้อผ้าหนึ่งตัวยัดใส่อ้อมกอดของติงเฉิงหย่ง
ส่วนตัวนางเองก็อาศัยริมหน้าต่างกระโดดออกไปอย่างคล่องแคล่ว
ตั้งแต่เล็กที่ติดตามหลีซิ่วเหนียงไปตัดฟืนจับปลาอยู่ในไร่นา การเคลื่อนไหวของนางจึงว่องไวปานลูกแมว
เพิ่งจะหย่อนตัวลงถึงพื้น นางก็เห็นเรือนหลักยังคงจุดไฟสว่างไสว
นั่นคือห้องของหลีซิ่วเหนียงกับพ่อค้าหมูสวี
นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง นางย่องไปตามขอบกำแพงไปถึงใต้หน้าต่างของพวกมัน เงี่ยหูฟังเสียงสนทนาที่ลอดออกมาจากข้างใน
พ่อค้าหมูสวีโอบกอดหลีซิ่วเหนียง พร่ำเรียกด้วยความรักใคร่ว่า "ซิ่วเหนียง ช่างเฉลียวฉลาดล้ำเลิศนัก เมื่อก่อนใจเด็ดเดี่ยวพอที่จะเปลี่ยนตัวเด็ก บัดนี้ก็ยังใจเด็ดพอจะให้นางถูกแซ่ติงนั่นทำลาย เช่นนี้แล้ว ลูกสาวของเราก็ไม่ต้องกังวลอยู่ในจวนโหวอีกต่อไป!"
หลีซิ่วเหนียงโกรธจนเสียงดังอยู่ในห้อง สั่งให้พ่อค้าหมูสวีหุบปาก
"ปากเจ้านี่ไม่มีหูรูดเลยสักนิด เมื่อไหร่จะแก้ได้เสียที! ลูกสาวเรามีอนาคตไกล อย่ามาทำให้พังเพราะเจ้าได้!"
นอกหน้าต่าง สวีอินอินลูกตาแทบปริแตก ขอบตาแดงก่ำ
ที่แท้ สิ่งที่ว่าเผลอเปลี่ยนตัวเด็กผิดนั้น ล้วนเป็นเรื่องโกหก!
สับเปลี่ยนฐานันดรเพื่อปูทางให้ชีจิ่น ครั้นความจริงเปิดเผย ก็ทำลายความบริสุทธิ์ของนาง
เพราะกลอุบายอันชั่วร้ายนี้เอง ในชาติก่อน จวนโหวจึงไม่เคยประกาศฐานะของนางต่อสาธารณชน ชีจิ่นยังคงเป็นคุณหนูใหญ่แห่งจวนโหว ภายหลังยังได้เข้าวัง ขึ้นเป็นองค์หญิงรัชทายาท
พ่อค้าหมูสวีและหลีซิ่วเหนียงยัง 'บังเอิญ' ได้ช่วยชีวิตองค์หญิงรัชทายาทในภายหลัง ยังได้รับแต่งตั้งเป็นท่านป๋อ กลายเป็นผู้สูงศักดิ์!
ทั้งครอบครัวล้วนเหยียบบนเนื้อหนังของนางเพื่อไต่เต้าขึ้นไป!
ช่างเป็นจิตใจของมารดาผู้เปี่ยมเมตตาเสียจริง!
น่าเสียดายที่นางได้เกิดใหม่แล้ว แผนการของหลีซิ่วเหนียงไม่มีทางสำเร็จอีก!
สีหน้าสวีอินอินแดงก่ำด้วยความโกรธแค้น ตั้งปณิธานมั่นไว้ในใจ
นางจะให้พ่อค้าหมูสวีและหลีซิ่วเหนียงชดใช้!
พ่อค้าหมูสวีพึมพำว่ารู้แล้ว พลางขมวดคิ้วฟังความเคลื่อนไหวจากห้องข้างๆ "ดูเหมือนจะเงียบไปแล้วนะ"
หลีซิ่วเหนียงก็รับคำ "คงจะเหนื่อยจนหลับไปแล้ว ข้าจะออกไปตามคนมา เจ้าดูให้ดีล่ะ"
พวกมันต้องจับให้คาหนังคาเขา ทำให้เรื่องวุ่นวายใหญ่โต รุ่งเช้าคนจากจวนโหย่งผิงจะมาถึง ก็จะได้มอบ 'ของขวัญ' ให้พวกเขา
นางยอบกายอยู่ใต้ชายคา มองดูหลีซิ่วเหนียงออกไป แล้วจึงมองเห็นพ่อค้าหมูสวีในห้อง จู่ๆ ก็เปล่งเสียงแหลมกรีดร้อง จากนั้นก็วิ่งกลับเข้าห้องตัวเอง
ภายในห้อง ซากศพของติงเฉิงหย่งยังนอนอยู่บนพื้น
ทว่านางกลับไม่รู้สึกกลัวแม้แต่น้อย หลังจากผ่านเรื่องราวมามากมาย นางรู้ดีแก่ใจ ว่าสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวบนโลกนี้หาใช่ผีร้าย แต่เป็นจิตใจมนุษย์
ครั้นนางเพิ่งกลับเข้าห้องได้ไม่นาน ทันใดนั้นประตูห้องก็ดังเอี๊ยดอ้าออก พ่อค้าหมูสวีส่งเสียงหยั่งเชิงจากด้านนอก "อินอิน?"
สวีอินอินแสยะยิ้มอยู่ในความมืด นางรู้ดีแก่ใจว่าพ่อค้าหมูสวีจะต้องมา
หลายปีมานี้ พ่อค้าหมูสวีมองนางด้วยสายตาที่ผิดปกติมากขึ้นทุกขณะ ถึงขั้นชอบลงมือลวนลามบ่อยครั้ง แม้กระทั่งแอบดูนางอาบน้ำ
นางเคยบอกหลีซิ่วเหนียง แต่หลีซิ่วเหนียงกลับด่านางว่าเป็นนางจิ้งจอก ยุแยงให้ครอบครัวแตกแยก
"ท่านพ่อ" สวีอินอินร้องเบาๆ
"อ้าย!" พ่อค้าหมูสวีตาลุกวาว เจ้าแผนการ สมองก็เริ่มทำงาน
อย่างไรเสียก็ไม่ใช่ลูกในไส้ ถ้าให้ติงเฉิงหย่งเล่นแล้ว เขามาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์อีกหน่อยจะเป็นไรไป?
คิดดังนั้น ลูกกระเดือกก็ขยับ เขาแทรกตัวเข้าประตูไป อาศัยแสงจันทร์สลัว ก้าวไปทางข้างเตียง
ใครจะรู้ว่าเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ก็ถูกบางสิ่งสะดุดจนล้ม
เขาร้องโอ๊ย คลำทางจะลุกขึ้น แต่กลับสัมผัสถูกของเหลวหนืดๆ เต็มมือ
นี่... เลือดงั้นหรือ?!
ด้วยแสงจันทร์ พ่อค้าหมูสวีเห็นติงเฉิงหย่งนอนอยู่บนพื้น
น่าจะเป็นติงเฉิงหย่ง รูปร่างและเสื้อผ้าตรงกันแท้ แต่... แต่ศีรษะกลับถูกทุบแทบจมลงไปในดิน เละเป็นก้อนเลือดมิอาจแยกแยะได้อีก!
"อ๊าก!" เขาหวาดผวาจนขวัญหนีดีฝ่อ หวีดร้องขึ้นมาด้วยความตื่นตระหนก โดยสัญชาตญาณพยายามคลานลุกขึ้นหลบหนี
แต่พอหันหลังกลับจึงเพิ่งเห็นว่า ภายใต้แสงจันทร์ สวีอินอินแสยะยิ้มเย้ยหยันตรงมาทางเขา "ท่านพ่อ ท่านขานรับแล้ว ก็ให้ข้าส่งท่านขึ้นทางเถิด"
ไม่ทันที่พ่อค้าหมูสวีจะขาสั่นงันงกก้าวถอยหลัง สวีอินอินก็พุ่งร่างเข้าไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ปิ่นไม้ในมือปักลงบนคอของพ่อค้าหมูสวีอย่างแม่นยำ
พ่อค้าหมูสวีเอามือกุมคอของตนอย่างสุดชีวิต แต่ก็พบว่ามันไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง โลหิตหลั่งไหลออกมาดั่งสายน้ำ
เขาพูดอะไรไม่ออกแล้ว สายตามองสวีอินอินด้วยความหวาดกลัว
เขาไม่เข้าใจ เด็กสาวผู้ว่าง่ายอ่อนโยนราวกับกระต่ายน้อย เหตุใดจึงกลายเป็นผีร้ายจากขุมนรกได้ถึงเพียงนี้
สวีอินอินไม่ยอมให้เวลาเขาได้ร่ำไรไร้สาระอีก นางลากขาของพ่อค้าหมูสวีไปไว้ข้างซากศพของติงเฉิงหย่ง พลิกให้เขานอนหันหลังชนกัน
ปิ่นไม้บนคอของเขายังอยู่ แต่พ่อค้าหมูสวีก็ค่อยๆ หมดลมหายใจลง
สวีอินอินไม่คิดหยุดพัก หาใช่เวลาที่จะหยุดพัก หลีซิ่วเหนียงจะพาคนมาในไม่ช้า นางต้องจัดการให้การตายของสองคนนี้มีข้อสรุปที่แน่ชัด ให้เรื่องจบสิ้น ก่อนที่หลีซิ่วเหนียงจะมาถึง
นางเปิดประตู มุ่งหน้าวิ่งตรงไปยังบ้านของหัวหน้าหมู่บ้าน