"ข้าย่อมเป็นสวีอินอินอย่างไรเล่า" นางกระตุกมุมปาก "เพียงแต่มิใช่สวีอินอินที่ยอมให้เจ้าข่มเหงได้ตามใจอีกต่อไป"
"แผนการของลูกสาวแท้ ๆ ของเจ้านั้นล้มเหลวแล้ว พวกเจ้าสองคนก็ตายหมด" สวีอินอินโน้มเข้าหาร่างไร้วิญญาณของหลีซิ่วเหนียง
เสียงของนางเย็นเยียบดั่งปิศาจ "เจ้าลองเดาดูสิ หลังจากข้ากลับไปแล้ว นางจะมีชีวิตที่ดีอยู่หรือไม่"
หลีซิ่วเหนียงคลุ้มคลั่ง จู่ ๆ นางก็ดิ้นสุดแรงอยู่ในกรง "อีนังแพศยา ข้าจะฆ่าเจ้า ข้าจะฆ่าเจ้า เจ้าต้องตายอย่างทรมาน"
สวีอินอินผวาถอยหลังสองก้าว ล้มลงนั่งกับพื้น
แล้วร้องไห้ขอชีวิตด้วยความหวาดกลัว "ท่านแม่ อย่าฆ่าข้าเลย อย่าฆ่าข้าเลย"
หัวหน้าชาวไร่ส่งเสียงฮึดฮัด "ไม่รู้สำนึก ชั่วร้ายถึงที่สุด จับถ่วงน้ำเดี๋ยวนี้"
กรงถูกชักขึ้น สวีอินอินมองหลีซิ่วเหนียงที่ยังดิ้นคลั่งอยู่ในกรง แล้วค่อย ๆ ยิ้มออกมาอย่างเยือกเย็นและหม่นมืด
ทันใดนั้น เสียงตูมดังสนั่น กรงหมูหล่นลงในทะเลสาบ กระแทกน้ำกระจายเป็นระลอกใหญ่
เช้าตรู่ จวนโหวหย่งผิงส่งคนมา เป็นมามาซึ่งวางท่าจองหอง
สวีอินอินจำได้ทันทีว่านางคือฮวามามะ คนข้างกายของชีจิ่น ซึ่งชอบวางอำนาจยิ่งกว่าเจ้านายเสียอีก
ฮวามามะเข้ากันได้ยากยิ่ง มาถึงก็แสดงอำนาจข่มสวีอินอินทันที
นางขมวดคิ้วมองสวีอินอินตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วส่ายหน้าอย่างไม่เกรงใจ "ยืนก็ไม่เป็นท่า นั่งก็ไม่เรียบร้อย"
"หลังก็ไม่ยืดตรง"
นางพูดพลางทำเสียงจิ๊จ๊ะอย่างรังเกียจ ราวกับว่าสวีอินอินเยียวยามิได้ "กระทั่งสีเสื้อผ้ายังมิรู้จักจัดให้เข้ากัน"
เพราะเมื่อคืนเพิ่งเกิดเรื่อง หัวหน้าชาวไร่และคนอื่น ๆ จึงอยู่เป็นเพื่อนสวีอินอินรอคนจากจวนโหวหย่งผิง
เดิมตั้งใจจะเล่าเรื่องเมื่อคืนให้ฮวามามะฟังก่อน
แต่ฮวามามะมาถึงก็วางท่าไม่ให้ใครเข้าใกล้
ผู้ใดมิทราบอาจนึกว่าฮวามามะเป็นเจ้านายเสียเอง
ฮวามามะเจนโลกและผ่านคนมามาก คิดว่าตนมาถึงก็ข่มไว้ก่อน จะขู่เด็กสาวบ้านนอกที่ไม่รู้ประสาโลกให้กลัวได้
ใครจะรู้ว่าเมื่อพูดจบแล้วกลับไม่มีการตอบรับ
หันไปมองด้วยความโกรธ ก็เห็นสวีอินอินกำลังคุยอะไรกับสตรีผู้หนึ่ง
ฮวามามะรู้สึกว่าอำนาจของตนถูกท้าทาย จึงตวาดอย่างเกรี้ยวกราด "คุณหนูใหญ่ ป้าผู้เฒ่ากำลังพูดกับท่าน ท่านมิได้ยินหรือ"
นางดุด่าต่อหน้าคนจากจวนโหวกับชาวไร่ว่า "นี่หรือคือมารยาทที่ท่านมี กลับไปจะมิเป็นที่หัวร่อต่อกระไรหรือ"
ชาติก่อนฮวามามะมาก็เอาเกณฑ์ของสตรีสูงศักดิ์มาดุด่าสวีอินอินจนเงยหน้ามิขึ้นเช่นกัน
ตอนนั้นนางยังอยู่ภายใต้เงาของติงเฉิงหย่ง ถูกฮวามามะด่าเหมือนด่าหลานอย่างนั้น กลับไม่กล้าขัดขืนเลยสักนิด
แต่ครั้งนี้ สวีอินอินหยุดพูดแล้วหันมาถาม "ว่าไงนะ"
ฮวามามะหัวเราะเยาะ "คุณหนูใหญ่แม้จะไม่พอใจ ป้าก็ต้องพูด บ้านเราเป็นบ้านมีหน้ามีตา ท่านกลับไปเช่นนี้มีแต่จะเสียหน้านะเพคะ"
สวีอินอินรับคำแล้วพูดยิ้ม ๆ "เข้ามาใกล้ ๆ พูดใหม่สิ ข้ามิได้ยินถนัด"
ฮวามามะมิได้ยั้งคิดเลย ก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าว ปากเพิ่งอ้า สวีอินอินก็ตบหน้าฉาดใหญ่เข้าให้แล้ว
ตบหน้าได้แรงและแม่นยำนัก มวยผมที่หวีไว้อย่างดีของฮวามามะก็เบี้ยวไป
ทุกคนตกตะลึง
โดยเฉพาะคนรับใช้จากจวนโหวที่ไม่คิดว่าคุณหนูใหญ่ที่พลัดพรากไปกว่าสิบปีจะ...เฉียบขาดถึงเพียงนี้
ฮวามามะกุมหน้าตัวเอง แทบคลั่งด้วยโทสะ
นางตั้งใจมาแสดงอำนาจ แต่ใครจะรู้ว่าสวีอินอินไม่เล่นตามกฎ
นางขบกรามกรอด ๆ "คุณหนูใหญ่ ท่านทำให้จวนโหวอับอายขายหน้านัก"
สวีอินอินหัวเราะเยาะ "เจ้าน่ะเป็นตัวอะไร ปากก็พร่ำบ้านเราบ้านเรา คนรับใช้ แต่กลับอยู่เหนือเจ้านาย เจ้าเป็นบรรพบุรุษของจวนโหว หรือเป็นผู้รับใช้ของจวนโหวกันแน่"
ปากคอเราะร้ายนัก
ฮวามามะตะลึงกับปฏิกิริยาอันว่องไวและอุปนิสัยกร้าวแกร่งของสวีอินอิน
ก่อนมา ทางนู้นแจ้งชัดว่าคุณหนูใหญ่เป็นเด็กสาวอ่อนโยนใจดี ขี้ขลาดรังแกง่าย
นางชูธงจวนโหวขึ้นทันที "คุณหนูใหญ่ ป้าผู้เฒ่าเป็นคนที่ฮูหยินส่งมาให้ตรวจดูมารยาทของท่านนะเพคะ"
"งั้นหรือ" สวีอินอินเอียงศีรษะน้อย ๆ ยิ้มให้นาง "เช่นนั้น ฮูหยินบอกเจ้าหรือไม่ว่า ถ้าข้ามิมีมารยาทแล้ว จะไม่ยอมรับข้า"
ฮวามามะขยับริมฝีปาก "มิได้"
สวีอินอินหัวเราะเย็น "ในเมื่อมิได้ แล้วเจ้าจะเห่าหอนอันใด"
ฮวามามะหน้าดำเป็นก้นหม้อ นี่คงเป็นครั้งที่ขายหน้าที่สุดนับตั้งแต่เรืองอำนาจมา
เจ้าเด็กป่านี่เถื่อนก็จริง แต่กลับจับจุดเก่งเหลือเกิน รับมือยากยิ่ง
สวีอินอินฮึดฮัด "อย่ามาทำหน้าบูดเบี้ยวอย่างนั้น ข้าไปเป็นคุณหนูใหญ่ มิใช่ไปเป็นคนรับใช้ของเจ้า ไสหัวไปจัดการเสีย"
......
ฮวามามะโกรธจนขบฟัน
ถูกสวีอินอินตบฉาดเข้าให้ หลบไปอยู่ในที่ร่มเอาฟองไข่ประคบหน้า ดวงตาดำมืด
ครู่หนึ่ง สาวใช้ผู้หนึ่งวิ่งตุ้บ ๆ เข้ามา กระซิบข้างหูนางถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนทั้งหมด
ฮวามามะโยนฟองไข่ทิ้ง หน้าตาดำคร่ำถาม "จริงหรือ"
สาวใช้น้อยพยักหน้ายืนยัน
ฮวามามะหรี่ตาทันที "ไม่ได้แล้ว ตัวซวยนี่กลับไปไม่ได้"
การตายของพ่อค้าหมูสวีกับหลีซิ่วเหนียงพิกลเกินไป
สวีอินอินก็ต่างจากข้อมูลที่ได้มาก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง
ตัวซวยเช่นนี้กลับไป คุณหนูของตนจะต้องลำบากมิใช่หรือ
นางพูดพลางกวักมือเรียกสาวใช้ "เจ้า ไปบอกคุณหนูใหญ่ว่าข้ามีเรื่องจะคุยด้วย ให้ไปพบที่ริมทะเลสาบ"
สวีอินอินกำลังคุยกับหัวหน้าชาวไร่และภรรยาหัวหน้าชาวไร่อยู่
หัวหน้าชาวไร่ขมวดคิ้วมองนาง "คุณหนูใหญ่ แข็งเกินย่อมหักง่าย ท่าน..."
สวีอินอินรู้ว่าเขาหมายถึงอะไร นางเปลี่ยนไปจากเดิมมาก
แต่ในที่อย่างจวนโหย่งผิงซึ่งเหยียบคนต่ำชูคนสูง ถ้านางไม่เข้มแข็งก็รอให้คนอื่นมาเหยียบ
นางยิ้ม ๆ พอดีสาวใช้น้อยตามมา ก็ถามนางว่า "ฮวามามะรอข้าอยู่ที่ริมทะเลสาบหรือ"
ฮวามามะมีชื่อว่าอำมหิตและเจ้าเล่ห์
ชาติก่อน เรื่องที่ชีจิ้นมิสะดวกทำ ล้วนผ่านมือฮวามามะ
นางยังจำได้ หลังจากถูกขับออกจากสกุลชี ฮวามามะพาคนรับใช้มาดักนางไว้ในตรอกแคบ เอาไม้พลองทุบเข่านางอย่างแรงจนขาหักอย่างเหี้ยมโหด
แล้วโยนไปป่าช้ารอตาย
คนนางเป็นแขนขาคนสนิทของชีจิ้น มาชวนไปริมทะเลสาบยามนี้ ไม่ใช่มาพูดคุยแน่
สวีอินอินเรียบเรียงความเป็นไปได้ในใจอย่างรวดเร็ว สุดท้ายตอบไปอย่างยินดี "ได้สิ"
นางไปที่ริมทะเลสาบตามนัดผู้เดียว ก็ได้ยินฮวามามะถามนาง "ใส่ความแม่เลี้ยงว่าคบชู้ ทำให้แม่เลี้ยงถูกถ่วงน้ำ..."
ฮวามามะหันหน้ามาถามด้วยตาขาว "คุณหนูใหญ่ ยามค่ำคืน ท่านหลับได้ลงหรือไม่"
มาไม้นี้หรือ
สวีอินอินมิไหวติง "หลับได้สิ ถ้าทำชั่วแล้วหลับมิลง เกรงว่ามามะคงอยู่มิถึงทุกวันนี้"
ฮวามามะกระชากนางแรงหนึ่งแล้วคำราม "เจ้ากล้าพูดกับข้าเช่นนี้"
ดูนางทำเหมือนโกรธจนเสียสติ แต่ที่จริงแล้วกลับดึงผลักสวีอินอินไปทางทะเลสาบอย่างแนบเนียน
ความเร็วและน้ำหนักกะได้เหมาะเจาะ สวีอินอินเสียหลักทรงตัว จวนจะตกทะเลสาบ
สำเร็จแล้ว ฮวามามะกำลังยินดีในที แต่ไม่คาดว่าตัวเองถูกสวีอินอินกอดไว้แน่นเช่นกัน สองคนตกทะเลสาบไปด้วยกัน
น้ำในทะเลสาบเย็นเยียบถึงกระดูกท่วมร่างในพริบตา ฮวามามะสะท้านเย็นอย่างแรง เริ่มดิ้นรนสุดชีวิต
แต่กลับต้องผวาเมื่อเห็นว่าในน้ำ สวีอินอินกำลังยิ้มให้ตน
รอยยิ้มประหลาดวังเวง ทำให้นางตกใจจนอ้าปากจะร้อง แต่น้ำในทะเลสาบก็กรอกเข้าไปเต็มอึกใหญ่
สวีอินอินถีบขึ้น ขี่อยู่บนคอฮวามามะ ใบหน้าโผล่พ้นทะเลสาบ ร้องว่า "ช่วยด้วย ช่วยด้วย"
คิดจะทำให้นางจมน้ำตาย กลับไปบอกว่านางละอายใจที่พ่อเลี้ยงแม่เลี้ยงตาย คิดสั้นกระโดดทะเลสาบฆ่าตัวตายหรือ
เช่นนั้นนางก็จะใช้เล่ห์เหลี่ยมของอีกฝ่ายมาตอบโต้
ใครเอาชีวิตนาง นางก็เอาชีวิตคนนั้น