ภายในห้องเงียบสงัดลง ลมโชยผ่านเข้าออก ดอกท้อแย้ที่เบ่งบานอยู่ภายนอกถูกพัดกลีบปลิวร่วงหล่นลงมากมาย ลอยไปตามระเบียงเข้าสู่ห้องโถง
ชีหยวนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง รู้สึกได้ว่าน้ำเสียงของตนเองเบาลงมากแล้วเอ่ยถามว่า “ฉางสื่อไหนนะ?”
ฉางสื่อไหน?
ชีเจิ้นและท่านโหวผู้เฒ่ามองตากัน ต่างสังเกตสีหน้าของชีหยวน ในใจไม่แน่ใจว่านางแสร้งทำเป็นไม่รู้หรือไม่
ทุกอย่างล้วนเป็นฝีมือนาง! นางจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าฉางสื่อผู้นั้นคือใคร?
แต่ตอนนี้ชีหยวนถามแล้ว ก็จำต้องตอบ
ชีเจิ้นกลั้นโทสะเอ่ยว่า “คือจรวินฮุย จรฉางสื่อ!”
อ้อ จรวินฮุยหรือ
จู่ๆ ชีหยวนก็หัวเราะขึ้นมา
อารมณ์ที่ไม่ดีมาตั้งแต่เมื่อวานพลันดีขึ้นมาเสียดื้อๆ นางระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น
......
ชีเจิ้นหัวเราะไม่ออก เขามองชีหยวนด้วยความฉงน ไม่รู้ว่านางหมายความเช่นไร แล้วเรื่องนี้มันน่าหัวเราะตรงไหนกัน
ท่านโหวผู้เฒ่ามีความอดทนมากกว่าเยอะ เขาถามว่า “เจ้าคุ้นเคยกับจรฉางสื่อหรือ?”
จรฉางสื่อผู้นี้ ว่ากันว่ามีตำนานไม่น้อยทีเดียว
เมื่อปีนั้นได้เป็นจิ้นซืออันดับสี่ของเอ้อร์เจี่ย เข้าสำนักฮั่นหลินก่อนในตำแหน่งซื่อจี๋ซื่อ หนึ่งปีหลังจากนั้นก็ผ่านการสอบ จึงเข้าสำนักฮั่นหลินอีกครั้งในตำแหน่งเปียนซิว
เป็นที่รู้กันดีว่า ผู้ที่จะได้เข้าสู่กรมที่ปรึกษา ต้องเข้าสำนักสำนักหานหลินก่อน
เส้นทางของเขานับเป็นเส้นทางขุนนางที่ตามขนบธรรมเนียมที่สุด
จนกระทั่งเขาได้รับแต่งตั้งเป็นฮั่นหลินซื่อเจี้ยง ให้เข้าไปถวายพระอักษรแก่เหล่าองค์ชาย แล้วไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด กลับเป็นที่โปรดปรานของอ๋องฉี
