เรื่องนี้ไม่ใช่ฝีมือของท่านโหวผู้เฒ่าฉู่และชีเจิ้น
คนเหล่านี้คงเป็นครัวเรือนทหารของเมืองจี้โจวจริง ๆ เรื่องที่มาที่ไปของพวกเขาไม่น่าจะปลอมแปลงได้ ไม่อย่างนั้นจะเอาอะไรมาใส่ความสกุลชี?
ไม่แปลกที่พวกเขาจะบุกมาลอบสังหารนางในวันปีใหม่เช่นนี้ อีกทั้งยังบุกเข้ากวาดล้างเรือนพักของสกุลชีอีกด้วย นี่มันจงใจจะทำให้เรื่องใหญ่โต
พวกเขาไม่กลัวสกุลชีจะไปแจ้งความ กลับกัน กลับกลัวว่าสกุลชีจะไม่แจ้งความต่างหาก!
เมื่อแจ้งความแล้ว เรื่องถึงจะลุกลามใหญ่โตได้
เรื่องที่สกุลชีลักลอบขนเหล็กไปขายให้ชนเผ่าหวาหลาถึงจะถูกเปิดโปง
เทศกาลตรุษขนาดนี้ ให้สกุลชีลงไปตายซะ ก็ถือว่าสมเหตุสมผลดีนี่นา?
ผู้อู่โยงหัวเราะเบา ๆ หนึ่งที “แจ้งความแล้วหรือ?”
เสี่ยวสวีจื่อหนีบมือคล่องแคล่วว่องไว รับถ้วยชาจากมือเขาไว้อย่างรวดเร็ว แล้วเริ่มนวดไหล่ทุบหลังให้เขาอย่างเป็นธรรมชาติ เสียงเบาว่า “คนของเราแอบตามไปตลอด ตั้งแต่แรกก็แจ้งความแล้ว เพียงแต่...”
ผู้อู่โยงเลิกคิ้ว “เพียงแต่อะไร?”
“เพียงแต่ ไม่คิดว่าคุณหนูใหญ่ชีผู้นั้นจะเก่งกาจเหลือเกิน นางสังหารคนของเราไปแปดคนระหว่างทาง ต่อให้เป็นลิ่วจื่อที่มีฝีมือดีที่สุดก็ยังตายในมือนาง”
เสี่ยวสวีจื่อพูดถึงตอนท้าย ค่อย ๆ ลดเสียงลง “อีกทั้ง คนที่ไปที่คฤหาสน์ชนบทสิบคน รอดมาไม่ถึงหนึ่ง นอกจากเหล่าเกิ๋ว คนอื่น ๆ ล้วนถูกคุณหนูใหญ่ชีสังหารสิ้น...”
คำว่า “สังหารสิ้น” สามคำชวนรู้สึกเจ็บปวดยิ่งนัก
โดยเฉพาะผู้อู่โยงรู้ดีว่าคนเหล่านั้นล้วนเป็นทหาร เคยขึ้นสนามรบและฆ่าคนมามานับครั้งไม่ถ้วน
สกุลชีเลี้ยงลูกสาวแบบนี้หรือ?
