ด้วยเลือดของนักเวทวิญญาณหลายสิบคนที่หลั่งริน ซากศพโบราณพลันเปล่งแสงสีทองเจิดจ้ายิ่งกว่าเดิม
พลังชีวิตที่สถิตในร่างซากศพก็หนาแน่นขึ้นเรื่อย ๆ
เดิมที หลังจากปาลาซงซื่อเข้าครอบครองร่าง ซากศพก็มีกลิ่นอายแห่งความตายพวยพุ่งขึ้นหลายเท่า
แต่บัดนี้ กลิ่นอายมรณะค่อย ๆ จางหาย กลับกลายเป็นพลังชีวิตอันเปี่ยมล้นแผ่ซ่านออกจากร่าง
นอกจากพลังชีวิตแล้ว ยังมาพร้อมกับไอกดดันอันน่าสะพรึงกลัว ราวกับอยู่ในระดับกึ่งอูจุน!
ในเวลาเดียวกัน ดวงตาของซากศพโบราณก็ค่อย ๆ เบิกขึ้น
“อือ......”
“นี่เขาเข้าครอบครองร่างซากศพ แล้วฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่งั้นหรือ?”
ฝานโหย่วลวี่สูดลมหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความตื่นตะลึง
หลี่หย่วนเต้าพยักหน้ารับ “ใช่แล้ว! คนคนนี้คงจะเป็นอาจารย์ของเหยียนปี้จิง หนึ่งในผู้อาวุโสของสำนักศาสนาประจำแคว้นจาวานั่นแหละ ตอนแรกเขาจวนจะตายอยู่แล้ว คราวนี้เลยใช้ร่างซากศพคืนชีพกลับมา!”
“กลิ่นอายนี่ เหนือกว่าเหยียนปี้จิงมากโขเลยนะ......”
“ไม่ใช่ผู้แข็งแกร่งระดับอูจุนในตำนานหรอกหรือ?”
น้ำเสียงฝานโหย่วลวี่เริ่มสั่นเครือ “คุณชายหลี่ คุณรับมือไหวไหม?”
อีอีที่อยู่ข้าง ๆ ก็ฉายแววกระวนกระวาย “คุณชายหลี่ เราถอยก่อนดีไหม?”
“แค่อูจุนกระจอก ๆ จะกลัวอะไร?”
หลี่หย่วนเต้าส่ายหน้า พูดอย่างดูแคลน
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ......”
สิ้นเสียงของหลี่หย่วนเต้า ปาลาซงซื่อที่แช่ตัวในบ่อโลหิตและเข้ายึดร่างซากศพแล้ว ก็แหงนหน้าหัวเราะลั่นอย่างบ้าคลั่ง
“ดี ดี ดี......”
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ...... ข้าเองก็รอดมาได้แล้ว มีร่างนี้ บวกกับเลือดมนุษย์เป็น ๆ อีกนับไม่ถ้วน ทำให้ข้าพลิกอายุขัยกลับมา มีชีวิตต่อไปได้อีกอย่างน้อยสิบปี!”
ปาลาซงซื่อตะเบ็งเสียงอย่างปีติยินดีเกินขีด ราวกับปลดปล่อยความอัดอั้นในอก นัยน์ตาเขาฉายแววดุร้าย เงยหน้ามองจินหว่านฉิงที่ห้อยอยู่เหนือศีรษะ พลางอ้าปากรับหยาดเลือดที่หยดลงมา “แล้วยังมีหญิงนี่อีก ธาตุหยินบริสุทธิ์เชียวนะ รอให้ข้ากลืนกิน ข้าก็จะก้าวเข้าสู่ระดับอูจุน และเพิ่มอายุขัยได้อีกสิบปี! ฮ่า ๆ ๆ ๆ......”
หลังเสียงหัวเราะอันบ้าคลั่งจบลง
นัยน์ตาของปาลาซงซื่อก็ค่อย ๆ ร้อนผ่าวขึ้น เขาอ้าปากเตรียมจะเขมือบจินหว่านฉิงที่ห้อยอยู่เหนือหัว
ฟิ้ว!
ทว่าในชั่ววินาทีนั้น
