คุกเข่า ยกแก้วให้อวยพร แล้วพูดขอความเมตตา?
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่มื้ออาหารธรรมดา แต่มันคืองานเลี้ยงขอขมาจริง ๆ!
หลี่หย่วนเต้าเลิกคิ้วขึ้น มุมปากเผยรอยยิ้มเย็นเยียบ
เมื่อครู่เขาถามเฉียนเสี่ยวซวงกับเมิ่งหลงไปแล้ว อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ไม่นานทั้งสองก็เปลี่ยนเรื่องคุย
เห็นได้ชัด
พวกเขาไม่อยากให้เขารู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“คุณชายเหมียว รอเดี๋ยวครับ รอเดี๋ยว!”
เมิ่งหลงหน้าเปลี่ยนสีไปมา เขียว ๆ ขาว ๆ เอ่ยขอโทษไม่หยุด
จากนั้น เขาหันไปทางหลี่หย่วนเต้า ยิ้มเจื่อน ๆ
“หย่วนเต้า นายไปก่อนดีไหม? เดี๋ยวพวกเราค่อยนัดกินข้าวกันใหม่สามคน ตอนนี้พวกเรามีธุระส่วนตัวนิดหน่อย นายเป็นคนนอก ไม่ต้องเข้ามาเกี่ยวข้องดีกว่า”
“ทำเป็นลึกลับไปได้?”
หลี่หย่วนเต้าไม่เข้าใจ “ก็แค่งานเลี้ยงขอขมาไม่ใช่เหรอ? เมื่อกี้พวกนายบอกแล้วนี่ ว่าไปทำผิดใจกับหมอนี่เข้า”
“หย่วนเต้า เรื่องนี้นายอย่าถามเลย กลับไปก่อนเถอะ”
เมิ่งหลงส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้มเจื่อน ๆ พูดอย่างจนใจ
“ฮ่า ๆ…”
“เรื่องแค่นี้ นายคิดว่ามันน่าอาย?”
เหมียวจินเฟิ่งหัวเราะเยาะ มองไปทางหลี่หย่วนเต้า “ความจริงเขาไม่ได้ทำผิดกับฉันหรอก ถ้าทำผิดกับฉัน มันก็ง่ายกว่านี้เยอะ พวกเราแค่กินข้าวด้วยกัน ก็ถือว่าจบเรื่องได้ เพราะฉันกับเสี่ยวซวงก็ถือว่ารู้จักกัน ไว้หน้าเธอได้”
“……”
เฉียนเสี่ยวซวงเม้มปากแน่น อยากจะอธิบายมาก
แต่พอคิดว่าอีกฝ่ายจะช่วยเมิ่งหลงขอความเมตตา คำพูดก็ติดอยู่ที่ริมฝีปาก กลืนกลับลงคอไปหมด
เธออยากจะบอกว่า ตัวเธอเองกับเหมียวจินเฟิ่งเคยเจอกันแค่ไม่กี่ครั้ง แถมยังเป็นอีกฝ่ายที่ตามรบเร้าเอาชื่อเอกับเบอร์โทรศัพท์ ทำให้เธอไม่พอใจและรังเกียจสุด ๆ
“แต่ว่า ที่ไอ้หมอนี่ไปทำผิดกับคนอื่นนี่สิ ค่อนข้างจะยากหน่อย!”
เหมียวจินเฟิ่งหัวเราะเยาะ “รู้ไว้ด้วยนะ ว่าเขาไปทำผิดกับคุณชายเหอ เหอกุ้ยฟางแห่งตระกูลเหอ! ตระกูลเหอน่ะ ระดับมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของเมืองหยินซวงเลยนะ! เป็นตระกูลที่แข็งแกร่งเป็นรองก็แค่ตระกูลระดับสูงไม่กี่ตระกูล! คุณชายเหอน่ะ ขนาดฉันเหมียวจินเฟิ่งยังไม่กล้าไปหาเรื่องแม้แต่น้อย! ไอ้บ้านนอกอย่างเขานั่นทำผิดกับอีกฝ่าย ก็คือการหาที่ตายดี ๆ นี่เอง!”
