“อืม?”หลินลั่วทำท่ากินเผือก
หงหลิงเซียนก้มหน้าพูดว่า “ฉันถูกพ่อแม่ทิ้งตั้งแต่เด็ก”
“เป็นอาหม่าที่เก็บฉันได้ข้างทางแล้วเลี้ยงดูฉัน”
“เธอรักฉันเหมือนลูกแท้ๆ จนกระทั่งครึ่งปีก่อน พวกหงฉางชิงตามมาหาฉัน”
“พวกเขาให้เงินอาหม่าก้อนใหญ่ แล้วก็รับฉันกลับไป”
“ตอนนั้นฉันดีใจมาก คิดว่าในที่สุดก็มีบ้านเป็นของตัวเองเสียที”
“หงฉางชิงก็ดูแลฉันเป็นอย่างดี ส่งของให้ฉันมากมาย บอกว่าจะชดเชยสิ่งที่ขาดหายไปหลายปีให้ฉันเป็นสองเท่า”
“ฉันเชื่อคำโกหกของเขา เต็มไปด้วยความหวังว่าจะได้ใช้ชีวิตแบบพ่อลูกที่อบอุ่น”
น้ำเสียงของหงหลิงเซียนเย็นลงทันที
“ฉันช่างโง่จริงๆ นะ เขาทิ้งฉันได้ลงคอตั้งแต่แรก แล้วจะใจดีกลับมาหาฉันได้ยังไง!”
“น่าขันที่ตอนนั้นฉันยังโง่เขลาใฝ่ฝัน คาดหวังเต็มเปี่ยม สุดท้ายทุกอย่างก็เป็นเพียงแผนหลอกลวง!”
“เขาหลอกฉันกลับไปก็เพื่อให้ฉันเป็นเครื่องสังเวยบูชา!”
“เสือยังไม่กินลูกของมันเลย!!”
“ใจของเขาโหดร้ายยิ่งกว่าเสืออีก!!!”
หลินลั่วรู้สึกเข้าใจความรู้สึกนั้นเป็นอย่างดี
นึกถึงภาพในความทรงจำที่เคยเห็น
แม่แท้ๆ ของตัวเอง ก็ไม่ต่างจากหงฉางชิงเท่าไร
ที่ลงมือโหดร้ายกับตัวเองตอนยังเด็ก!
พวกมันยังมีมนุษยธรรมหลงเหลืออยู่อีกหรือ?!
ไม่ควรค่าแก่การเป็นคนเลย!!!
ดวงตาของหงหลิงเซียนเริ่มแดงเรื่อ น้ำตาคลอหน่วยอยู่ตลอด
แต่เธออดทนอย่างดื้อรั้น ไม่ยอมให้น้ำตาไหลออกมา
