“สมบัติเหรอ?”
ลู่เย่ตาเป็นประกาย
“ท่านปู่ขอรับ ขอท่านมอบให้ข้าเถิด!”
แต่ร่างเงากลับทำท่าลำบากใจ
“ปู่มีของดีอยู่ไม่น้อย เอาไปสักหนึ่งหรือสองชิ้น ก็พอจะให้เจ้าสามารถเดินหน้ามืดฟ้ามืดดินในดันเจี้ยนประหลาดระดับต่ำกว่าระดับ S ได้แล้ว”
“ข้าพร้อมแล้วท่านปู่!” ลู่เย่จ้องมองอย่างมุ่งมั่นราวกับจะเข้ารับตำแหน่งใหญ่
เดินหน้ามืดฟ้ามืดดินในดันเจี้ยนประหลาดระดับต่ำกว่าระดับ S งั้นเหรอ?
นั่นมันไร้เทียมทานเลยนี่นา!
“แต่เจ้าหนู ร่างกายของเจ้ายังอ่อนแอนัก รับพลังวิญญาณของสิ่งเหล่านั้นไม่ไหว กันไม่ดีอาจจะโดนพลังนั้นทำร้ายย้อนกลับ”
“ไม่เป็นไรครับท่านปู่ ผมไม่เลือก”
ลู่เย่ก็เข้าใจเหตุผลนี้ดี ถ้าฝีมือยังอ่อนหัด แล้วโดนพลังอาวุธปีศาจเล่นงานเข้า คงซวยไปใหญ่
ร่างเงานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็โบกมือเรียกสิ่งของสองอย่างออกมา
กระดาษประหลาดคล้ายกระดาษเงินกระดาษทองหนึ่งกอง
และตราประทับรูปทรงยาวหนึ่งอัน
ลู่เย่ไม่สามารถมองเห็นสิ่งของทั้งสองนี้ได้ชัดเจนนัก
สิ่งแรกคือตราประทับที่ลอยเข้ามาหาอย่างช้า ๆ และกดลงบนกลางหน้าผากของเขาอย่างแผ่วเบา ทิ้งตัวอักษรจีนเต็มสามตัวไว้ว่า 【ลู่ต้าหนิว】
“นี่คือตราประทับส่วนตัวของปู่ ที่ใช้ตอนเขียนภาพเขียนหนังสือเป็นประจำ เรียกว่าตราผีร้อยตน”
“เพียงแค่กดตราบนกลางหน้าผากเจ้า ก็จะทิ้งชื่อของปู่และพลังวิญญาณสายหนึ่งเอาไว้ ปกป้องเจ้าให้ภูตผีทั้งหลายไม่อาจรังควาน สิ่งชั่วร้ายทั้งปวงต้องหลีกหนี”
อันนี้ดีนัก!
ลู่เย่ยกมือขึ้นลูบกลางหน้าผาก ตัวอักษร 【ลู่ต้าหนิว】 ทั้งสามตัวค่อย ๆ จางหายไปจนมองไม่เห็น
เปลี่ยนเป็นพลังความเย็นเยียบสายหนึ่งไหลเวียนไปทั่วร่าง
ได้กดตราของปู่ ก็เป็นคนของปู่แล้ว
ดูสิว่าผีตนไหนจะกล้ามารังแกเขา!
“อย่างที่สอง คือสิ่งของที่ใช้ทำสัญญา เรียกว่าสัญญามรณะ”
ท่านปู่ร่างเงาพูดต่อ
“ในเมื่อเจ้ายังอ่อนแอ ปู่ก็เลยคิดจะหาลูกน้องเก่ง ๆ มาให้เจ้า”
“วันหน้าเจอสิ่งลี้ลับที่เหมาะสม ก็ให้พวกมันประทับร่องรอยพลังไว้บนสัญญามรณะนี้ แล้วมันก็จะยอมให้เจ้าบัญชาได้”
ลู่เย่รับสัญญามรณะกองนั้นนั้น กะว่าคงไม่ต่ำกว่าสิบแผ่น หัวใจก็เต้นระรัวอีกครั้ง
บัญชาสิ่งลี้ลับได้งั้นเหรอ?
สมบัติดีอีกแล้ว!
นี่ต่างจากพวกผู้ควบคุมสิ่งลี้ลับที่เป็นคนเป็น ๆ อย่างสิ้นเชิง
ผู้ควบคุมสิ่งลี้ลับหลังจากผ่านดันเจี้ยนประหลาดได้ ก็จะได้รับพลังลี้ลับ แม้กระทั่งสามารถอัญเชิญสิ่งลี้ลับให้ปรากฏกายได้
แต่ระหว่างผู้ควบคุมสิ่งลี้ลับกับสิ่งลี้ลับนั้นเป็นความสัมพันธ์แบบอุปถัมภ์ สิ่งลี้ลับไม่พอใจตอนไหนก็ไม่จำเป็นต้องสนใจผู้ควบคุมสิ่งลี้ลับได้ตลอดเวลา
แต่สัญญามรณะที่ท่านปู่พูดถึงนี้........
ลู่เย่ฟังแล้วก็เข้าใจ
นั่นคือการรับน้องใหม่!
“แล้วถ้าพวกสิ่งลี้ลับไม่ยอมเซ็นล่ะครับ?” ลู่เย่ถามคำถามสำคัญที่สุด
“หึหึ เจ้ามีชื่อของปู่อยู่บนหน้าผากแล้ว ถ้ายังมีสิ่งลี้ลับไหนไม่ยอมรับใช้เจ้าล่ะก็........”
ท่านปู่ร่างเงาหัวเราะเบา ๆ:
“งั้นปู่ก็คงเป็นจักรพรรดิผีโดยเปล่าประโยชน์”
ลู่เย่ยังคงกึ่งเชื่อกึ่งสงสัย
จะมั่นใจได้ขนาดนั้นเลยเหรอ........
ยังไงเขาก็ยังไม่มีแนวคิดเกี่ยวกับระดับจักรพรรดิผีสักเท่าไร
เลยลองถามทางอ้อม: “ท่านปู่ครับ ตระกูลหลู่ของเรามีท่านเป็นจักรพรรดิผี บรรพบุรุษคนอื่น ๆ ใต้บาดาลคงดีใจกันแทบแย่ใช่ไหมครับ?”
คิดก็รู้
จักรพรรดิผีเลยนะ!
นี่มันต้องเป็นสุสานบรรพบุรุษมีควันเขียวขึ้นชัด ๆ!
“ดีใจงั้นเหรอ? หึหึ”
ท่านปู่ร่างเงายิ้มอย่างมีความหมาย
“ปู่น่ะเป็นลูกหลานที่มีพรสวรรค์ต่ำที่สุดในบรรดาบรรพบุรุษทั้งหมด ใช้เวลาถึงห้าสิบปีกว่าจะเป็นจักรพรรดิผีได้ ทวดทวดของเจ้าทั้งหลายอยู่ข้างล่างไม่เคยยอมหยุดต่อว่า ่ด่าปู่ว่าไม่เอาไหน”
“หืม?” ลู่เย่ถึงกับอึ้ง
พรสวรรค์ต่ำที่สุด ใช้เวลาห้าสิบปีถึงเป็นจักรพรรดิผี ไม่เอาไหน?
“แล้วบรรพบุรุษคนอื่น ๆ ในตระกูลเราล่ะ........” ลู่เย่กลั้นหายใจ
“ถูกต้อง”
ท่านปู่ร่างเงาทำท่าลูบเครา
“ตระกูลหลู่ของเรานับขึ้นไปจากเจ้าสิบแปดรุ่น แต่ละรุ่นมีลูกชายคนเดียว แต่ทุกรุ่นก็เป็นจักรพรรดิผีทั้งสิ้น ปู่เป็นจักรพรรดิผี ทวดเป็นจักรพรรดิผี ทวดทวด........บรรพบุรุษของเราทุกคนล้วนเป็นจักรพรรดิผี”
“โอ้........โห!”
ลู่เย่อึ้งตาโตไปเลย
สมองตึ้บไปหมด
รู้สึกเหมือนถูกความสุขที่ตกลงมาจากฟ้ากระแทกจนหน้ามืด
ตระกูลหลู่ของเขามีจักรพรรดิผีถึงสิบแปดตนงั้นเหรอ?
“แต่ว่าไม่ถูกนะ........”
ลู่เย่นิ่งคิดไปพักใหญ่
“ท่านปู่กับบรรพบุรุษล้วนเป็นจักรพรรดิผี แล้วทำไมผมถึงได้เป็นหมูเป็นหมาแบบนี้ล่ะ?”
จะไม่ใช่ลูกที่ไม่ได้เกิดจากพ่อแท้ ๆ ใช่ไหม.......
“คิดอะไรอยู่ เจ้าน่ะเป็นลูกหลานสายเลือดบริสุทธิ์ที่สุดของตระกูลหลู่เชียวนะ!”
ท่านปู่ร่างเงามองทะลุความคิดในใจของเขาได้ในพริบตา แล้วตบเข้ามาอีกที
“เพียงแต่มันเกี่ยวข้องกับสายเลือดพิเศษของตระกูลเรา คนตระกูลหลู่ของเราตอนยังมีชีวิตอยู่น่ะล้วนไม่เป็นอันทำอะไร แต่พอตายไปสายเลือดที่ซ่อนไว้จะตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์ ต่อให้มีผู้คุ้มครองทาง ก็จะฝึกฝนจนเป็นจักรพรรดิผีได้ในเวลาอันรวดเร็ว”
“บรรพบุรุษองค์แรกในอดีตก็เป็นเช่นนี้ บรรพบุรุษรุ่นหลัง ๆ ก็เช่นกัน ต่างรุ่นต่างคุ้มครองกัน แต่ละรุ่นหลังจากตายก็กลายเป็นจักรพรรดิผี”
ต่างรุ่นต่างคุ้มครองกัน ตายแล้วก็เป็นจักรพรรดิผีได้
ลู่เย่อดอยากตามขึ้นมา ที่แท้ตระกูลหลู่ของเขาก็แกร่งขนาดนี้นี่เอง!
“งั้นไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้วท่านปู่”
พอได้ยินว่าตายแล้วเป็นจักรพรรดิผีได้ ลู่เย่ก็ยื่นหัวเข้าไปทันที
“ท่านปู่ ตีหัวผมให้แหลกไปเลยตอนนี้เลย ผมก็จะได้เป็นจักรพรรดิผีบ้าง!”
ปั่ก!
ตีก็ตีไป
แต่ไม่ถึงกับแหลก
ท่านปู่ร่างเงาโมโหจนตัวสั่น
“เจ้าหนู ยังไม่ถึงสิบแปดก็เบื่อชีวิตแล้วหรือไง?”
“ก็อยู่ไปก็ไม่เห็นจะมีความหมาย ผมอยากลงไปดูบารมีของบรรพบุรุษข้างล่างบ้างน่ะสิครับ”
ใต้ดินมีบรรพบุรุษจักรพรรดิผีสิบแปดตนคุ้มครองอยู่ แล้วที่ยังมีชีวิตอยู่ไปทำไมล่ะ ตายเร็ว ๆ ก็ได้รีบไปเสพสุขเร็ว ๆ!
“ตอนนี้เจ้ายังตายไม่ได้ ถ้าตายเมื่อไหร่ตระกูลหลู่ก็ขาดรากขาดต้นทันที”
คำพูดของท่านปู่หนึ่งประโยคก็ทำลายความฝันของลู่เย่ลง
“การได้สายเลือดจักรพรรดิผีมามีเงื่อนไขคือ สายเลือดของตระกูลต้องไม่ขาดตอน ถ้าหากขาดตอนที่รุ่นของเจ้า พลังจักรพรรดิผีของบรรพบุรุษทั้งหลายจะสลายหายไปในทันใด”
น้ำเสียงของท่านปู่เปลี่ยนเป็นจริงจัง:
“ดังนั้น ก่อนที่เจ้าจะมีลูกหลาน และต้องเป็นลูกชายด้วย ไม่อย่างนั้นเจ้าหนูห้ามตายเด็ดขาด”
“เอ่อ........”
มีเงื่อนไขแบบนี้ด้วยเหรอ?
“แล้วถ้าหากมองอีกมุมหนึ่ง ก็คือขอเพียงข้าหาลูกเมียให้มีลูกชายได้ แล้วก็ตายได้น่ะสิ?” ลู่เย่คิดย้อนกลับทันที
“........ไม่จำเป็นต้องเป็น ‘คน’ เสมอไปหรอกนะ สมัยก่อนทวดทวดของเจ้าก็เกิดจากการที่ทวดทวดทวดกับสิ่งลี้ลับรักกันแล้วให้กำเนิดออกมา”
ท่านปู่ลูบเคราและเพิ่มรอยยิ้มลงในน้ำเสียง
“ดังนั้น ถ้าเจ้าอยากตายเร็ว ๆ เพื่อไปฝึกเป็นจักรพรรดิผีละก็ หาคนมาแต่งงานด้วยให้มาก ๆ เข้า ทั้งคนเป็น ทั้งผี มีครบ แล้วคลอดลูกชายอ้วน ๆ ออกมาซักกอง........”
“หยุด ๆ ๆ!” ลู่เย่รีบขัดขึ้นมา “ถ้าคุยต่อไปเดี๋ยวก็เพี้ยนไปใหญ่แล้ว”
การไปเซ่นไหว้บรรพบุรุษครั้งนี้ไม่เสียเปล่าจริง ๆ
ไม่เพียงแต่ร้องไห้จนท่านปู่จักรพรรดิผีตื่นขึ้นมา ได้สมบัติมา
ยังได้รู้ความลับใหญ่ขนาดนี้อีก!
“นี่มันแค่นี้เอง คนตระกูลหลู่ของเราใครจะไม่มี........”
ท่านปู่กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง จู่ ๆ ร่างเงาของเขาก็สั่นขึ้นมา แล้วหันกลับไปคำนับอย่างนอบน้อม
“ทวดของเจ้ามาแล้ว ต้องการพบเจ้า”
“ทวดผมเหรอ? อยู่ไหน?”
“ยืนอยู่บนหลุมศพ”
ลู่เย่รีบมองตามไป ก็เห็นร่างเงาอีกตนหนึ่งบนหลุมศพเล็ก ๆ ของทวดจริง ๆ
ดูจากพลังบนร่างนั้น ก็เป็นจักรพรรดิผีอีกตนชัด ๆ!
“ทวด! ผมคิดถึงท่านมากเลย!”
“หลานดี ทวดก็คิดถึงเจ้าเหมือนกัน”
ร่างเงามาถึงเบื้องหน้าลู่เย่ในพริบตา ยื่นมือออกมาลูบศีรษะเขา เต็มไปด้วยความเอ็นดู
“ไม่ใช่แค่ทวดคนเดียวนะที่มาหาเจ้า บรรพบุรุษคนอื่น ๆ ของเจ้าก็มาแล้วเหมือนกัน”
หัวใจของลู่เย่เต้นแรง ก้มหน้ามองไป
เห็นสุสานที่เมื่อครู่ยังว่างเปล่า ตอนนี้พลังวิญญาณพุ่งทะยานไปถึงท้องฟ้า บดบังแสงจนมืดมิดไปทั้งแผ่นดิน
บนหลุมศพทุกหลุมปรากฏร่างคนขึ้นมา บ้างนั่งบ้างยืน หันหน้าเข้าหาเขาทั้งหมด
“นี่คือลูกหลานรุ่นนี้ของตระกูลหลู่เราหรือ? ไอ้หนูนี่ไม่เลว หน้าตาเหมือนข้า”
“ครั้งหน้าไม่ให้เผารูปหนุ่ม ๆ แข็งแรงให้ท่านย่าแม่อีกแล้วนะ ไม่งั้นโดนตีเอา”
“ปิดบังเด็กมานานขนาดนี้ เรื่องบรรพบุรุษสิบแปดจักรพรรดิผีก็ถึงเวลาต้องเปิดเผยแล้ว”
“เหลนทวดอย่ากลัวไป ย่าทวดเตรียมอาวุธจักรพรรดิผีให้เจ้ากระบุงหนึ่งแล้ว”
“ฮึ! ตระกูลลู่ของพวกข้า จะให้ผีมารังแกได้ยังไง?”
ฟังเสียงอบอุ่นเหล่านี้
สัมผัสได้ถึงสายเลือดที่ไม่อาจลบเลือน
จมูกของลู่เย่รู้สึกจี๊ดขึ้นมา
บรรพบุรุษของเขาน่ะหรือ......
