ชิงเทียนยังเยาว์วัยนัก ใบหน้าน้อยกลมป้อมราวกับก้อนแป้งนุ่ม ๆ แต่กลับเอ่ยถ้อยคำที่ฟังดูเป็นผู้ใหญ่เช่นนี้ ช่างไม่เข้ากันเอาเสียเลย
ฉินเฮ่อเซวียนอดหัวเราะเบา ๆ ไม่ได้ จึงจงใจถามนางว่า “ชิงเทียนเข้าใจความหมายของคำนี้หรือไม่?”
ชิงเทียนเงียบไปครู่หนึ่ง เปลือกตาก็ค่อย ๆ หลุบลง
ฉินเฮ่อเซวียนคิดว่านางไม่พอใจที่ตอบคำถามของตนไม่ได้ จึงกำลังจะปลอบนาง
แต่กลับได้ยินชิงเทียนเอ่ยขึ้นกะทันหันว่า “ความหมายก็คือ ในบ้านหลังเดิม ข้าชอบท่านพ่อท่านแม่กับน้องชาย แต่ท่านพ่อท่านแม่กลับชอบแต่น้องชาย ไม่ชอบข้า เพราะฉะนั้นข้าจึงมีชีวิตไม่ดี ท่านพ่อท่านแม่เห็นข้าก็มักจะโกรธ
“พอมาอยู่บ้านหลังนี้ ข้าชอบท่านพ่อท่านแม่ ท่านพ่อท่านแม่ก็ชอบข้า เพราะฉะนั้นพวกเราจึงมีความสุข...”
ฉินเฮ่อเซวียนนึกไม่ถึงว่าเด็กน้อยอย่างชิงเทียนจะเข้าใจเรื่องราวได้ลึกซึ้งถึงเพียงนี้
ถึงกับนำคำพูดของเย่เหล่าต้ามาปรับใช้กับเรื่องนี้ได้
เมื่อมองสีหน้าหม่นหมองของชิงเทียน ฉินเฮ่อเซวียนก็อยากจะทุบตีตนเองที่ปากพล่อยถามคำถามนี้ออกไปนัก
เขายื่นมืออุ้มชิงเทียนมานั่งตรงหน้า ยกคางนางขึ้น มองเข้าไปในดวงตาแล้วกล่าวอย่างจริงจังว่า “ท่านพ่อท่านแม่คนก่อนปฏิบัติต่อเจ้าไม่ดี นั่นไม่ใช่ความผิดของเจ้า เป็นพวกเขาที่ผิด
“บัดนี้เจ้าได้พบกับท่านพ่อท่านแม่ที่ดีแล้ว ชีวิตจึงดีขึ้นทุกวัน ใช่หรือไม่?”
“อื้ม” ชิงเทียนพยักหน้าอย่างหนักแน่น “ข้าชอบท่านพ่อท่านแม่ในตอนนี้”
“เคยมีคนบอกข้าว่า ชีวิตคนเรามีทั้งวันคืนอันขมขื่นและวันคืนอันผาสุก ล้วนมีชะตากำหนดไว้แล้ว
“ยามนี้เจ้าผ่านวันคืนอันขมขื่นมาหมดแล้ว ต่อไปก็เหลือแต่วันคืนอันผาสุก”
“จริงหรือ?” ชิงเทียนเงยหน้า ดวงตาชุ่มวาวมองฉินเฮ่อเซวียน
“จริงสิ” ฉินเฮ่อเซวียนโอบนางเข้ามาในอ้อมแขน “พี่ฉินเคยหลอกเจ้าหรือ?”
ชิงเทียนยกมือโอบคอเขาแล้วกล่าวว่า “เช่นนั้นต่อไปพี่ฉินก็ต้องมีแต่วันคืนอันผาสุกด้วย!”
“ชีวิตพี่ก็ผาสุกมาโดยตลอด” ฉินเฮ่อเซวียนเอ่ยออกมาโดยไม่ทันคิด
ชิงเทียนกอดแขนเขาแน่นขึ้น ก่อนแนบปากกระซิบข้างหูเสียงเบาว่า “แต่พี่ไม่มีความสุข”
ฉินเฮ่อเซวียนชะงักไปกับคำพูดของนาง แล้วโอบกอดนางกลับแน่นขึ้นเช่นกัน
