นอกด่าน ภูเขาฉางไป๋
เย่เหล่าต้ายืนอยู่บนเนินเขา ทอดสายตามองไปยังที่ไกล
เถ้าแก่เฉิงนั่งยอง ๆ พักอยู่ไม่ไกลจากเขา
รอบตัวพวกเขายังมีชายฉกรรจ์อีกสิบกว่าคน ทุกคนต่างนั่งลงบนพื้น
บางคนยกถุงน้ำขึ้นดื่ม บางคนก็หยิบเสบียงแห้งจากย่ามออกมากิน
บนต้นไม้ข้างกายพวกเขาผูกล่อเอาไว้สิบกว่าตัว แต่ละตัวบรรทุกข้าวของไว้มากมาย เห็นได้ชัดว่าการเดินทางคราวนี้เก็บเกี่ยวผลลัพธ์ได้ไม่น้อย
เย่เหล่าต้าพินิจทิศทางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนชี้ไปทางทิศตะวันตกแล้วเอ่ยกับเถ้าแก่เฉิงที่อยู่ข้างกายว่า “เหล่าเฉิง บ้านเดิมของข้าอยู่ทางนั้น อำเภอฮุยหนาน
“ก่อนหน้านี้เพราะอากาศไม่ดี ทั้งยังเกิดแผ่นดินไหวขึ้นอีก ทั้งหมู่บ้านจึงประสบภัย ทุกคนจำต้องหอบหิ้วครอบครัวออกอพยพหนีภัย
“หมู่บ้านของข้านับว่าโชคดีอยู่บ้าง ภายหลังระหว่างทางอพยพหนีภัยจึงได้ยินว่ามีบางหมู่บ้านถูกพลิกจมหายลงไปใต้ดินทั้งหมู่บ้าน ไม่มีใครหนีออกมาได้แม้แต่คนเดียว
“ไม่รู้ว่าตอนนี้สถานการณ์ที่อำเภอฮุยหนานเป็นเช่นไรบ้าง มีใครกลับไปใช้ชีวิตที่นั่นต่อหรือไม่”
แม้หมู่บ้านที่ตระกูลเย่อาศัยอยู่จะได้รับผลกระทบไม่หนักเท่าแห่งอื่น แต่บ้านเรือนก็พังพินาศ มีผู้บาดเจ็บล้มตายไม่น้อย
ตอนนั้นพี่น้องตระกูลเย่ทั้งสี่คนตรวจสอบจนแน่ใจว่าครอบครัวปลอดภัยดีแล้ว จึงยังออกไปช่วยชีวิตผู้คน
ดังนั้นมหันตภัยครั้งนั้นจึงทิ้งเงามืดไว้ในใจเย่เหล่าต้าไม่น้อย
คราวนี้มาภูเขาฉางไป๋เพื่อหาของป่าขาย ยิ่งเข้าใกล้บ้านเกิดที่เขาเติบโตมาเท่าใด อารมณ์ก็ยิ่งพลุ่งพล่านขึ้นเท่านั้น
เถ้าแก่เฉิงได้ยินเช่นนั้นก็หันไปมองตามทิศที่เขาชี้ แท้จริงแล้วนอกจากป่าทึบ ก็แทบมองไม่เห็นสิ่งใด
ทว่าเขายังสังเกตเห็นอารมณ์ของเย่เหล่าต้า จึงยกมือมาตบไหล่อีกฝ่ายเบา ๆ แล้วกล่าวว่า “เฮ้อ เรื่องทุกอย่างควรมองในแง่ดีไว้ก่อน!
หากบ้านเกิดของพวกเจ้าไม่ประสบภัย จนต้องกลับไปตามหาญาติที่เมืองหลวง ชีวิตก็คงไม่ราบรื่นถึงเพียงนี้ พวกเราสองพี่น้องก็คงไม่มีโอกาสรู้จักกันด้วย จริงหรือไม่?”
เย่เหล่าต้าคิดดูแล้วก็เห็นด้วย เรื่องอื่นยังพอว่า หากไม่ได้ออกอพยพหนีภัย พวกเขาก็คงไม่มีโอกาสรับชิงเทียนมาเลี้ยง
