“อะไรนะ?” ยายเย่อดสงสัยหูตัวเองไม่ได้
เมื่อครู่คงฟังผิดไปกระมัง?
ใครจะรู้ว่าแม่สื่อหวงกลับเอ่ยต่อว่า “ที่จริงข้าเองก็รู้จักหยวนไว่เฒ่าหรือคหบดีร่ำรวยอยู่สองสามคนที่อยากหาภรรยาใหม่...”
คราวนี้ยายเย่แน่ใจแล้วว่าอีกฝ่ายหมายความเช่นนั้นจริง ๆ
โชคดีที่นายอำเภอกับหัวหน้าตระกูลเย่กลับไปแล้ว ส่วนผู้อาวุโสเฉินก็ถูกหวังกว่างผิง ผู้ใหญ่บ้านเชิญไปดื่มชา
เวลานี้ในลานบ้าน นอกจากแม่สื่อหวงก็เหลือเพียงคนในครอบครัว หากมีคนนอกอยู่ด้วย นางจะเอาหน้าแก่ ๆ ไปไว้ที่ไหน?
สามีจากไปหลายปีแล้ว นางเลี้ยงดูลูกชายสี่คนจนเติบใหญ่
แม้ในยามลำบากที่สุด นางก็ไม่เคยคิดจะก้าวไปข้างหน้าอีกก้าว
บัดนี้กลับถูกแม่สื่อถามว่าอยากแต่งงานใหม่หรือไม่?
เย่เหล่าเอ้อร์ที่อยู่ข้าง ๆ เห็นสีหน้ายายเย่เปลี่ยนไป พลันตบโต๊ะลุกขึ้นกล่าวว่า “เจ้าหมายความว่าอย่างไร? มาสู่ขอให้คนอื่นหรือมาหาเรื่องกันแน่?”
แม่สื่อหวงดูคล้ายคาดไม่ถึงว่าคนตระกูลเย่จะกล้าหักหน้าตน
ต้องรู้ว่าแม่สื่อมีชื่อเสียงอย่างนาง แม้จะไม่กล้าวางอำนาจบาตรใหญ่ในอำเภอ แต่เมื่อไปถึงหมู่บ้านต่าง ๆ ใต้ปกครอง บ้านใดบ้างที่ไม่ประจบเอาใจนาง?
ที่วันนี้นางรีบร้อนมาหาถึงบ้าน ก็เพราะอยากอาศัยเรื่องที่ฮ่องเต้ทรงพระราชทานคำชมแก่ตระกูลเย่
ใครจะรู้ว่าเย่เหล่าซื่อไม่ยินดีต้อนรับ เย่เหล่าต้ายังแสดงสีหน้าไม่พอใจใส่นางอีก
คนบ้านนี้ช่างไม่รู้จักดีชั่วกันเสียจริง
แม่สื่อหวงหุบยิ้มลง แล้วกล่าวว่า “ยายเย่ ข้ามาแต่เช้าตรู่ด้วยใจจริง อยากช่วยหาคู่ครองให้บ้านเจ้า หากพวกเจ้าทุกคนมีท่าทีเช่นนี้ เช่นนั้นก็...”
นางยังพูดไม่ทันจบ เย่เหล่าซื่อก็ถือไม้กวาดวิ่งออกมาจากในห้อง แล้วฟาดใส่แม่สื่อหวงไม่ยั้ง
“เช่นนั้นแล้วจะทำไม? บ้านเราไม่ได้เชิญเจ้ามาถึงหน้าประตูเสียหน่อย!
“เจ้ามาถึงก็พูดจาเหลวไหลไม่หยุด พวกเรายังไม่ได้ว่าอะไรสักคำ ยังคิดจะข่มขู่ใครอีก?”
แต่ดูจากไม้กวาดที่เขาถืออยู่ เป็นไม้กวาดปัดเตียงเตา ไม่ใช่ตะขอเขี่ยเตา ก็พอมองออกว่าแม้เย่เหล่าซื่อจะโกรธ แต่ยังมีสติอยู่
ไม้กวาดปัดเตียงเตาฟาดไปไม่กี่ครั้ง ต่อให้เจ็บก็เจ็บไม่มาก ทั้งยังตีคนไม่ถึงกับบาดเจ็บ
แม่สื่อหวงโดนไปสองที พอได้สติก็เริ่มหลบซ้ายหลบขวา
