กฎหมายแห่งต้าฉีมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการอกตัญญูไว้โดยเฉพาะ ทั้งบทลงโทษยังหนักกว่าความผิดอื่นเสียอีก
บทลงโทษโดยสังเขปมีดังนี้ หากด่าทอบิดามารดาหรือปู่ย่าตายาย จะถูกโบย;
หากลักขโมยหรือยึดครองทรัพย์สินของบิดามารดาหรือปู่ย่าตายาย จะถูกจำคุกสามถึงห้าปี;
หากไม่เลี้ยงดูปรนนิบัติบิดามารดาหรือปู่ย่าตายาย จะถูกโบยก่อนเนรเทศ;
หากทำร้ายกระทั่งสังหารบิดามารดาหรือปู่ย่าตายาย ไม่ว่าด้วยเหตุใด ล้วนประหารชีวิตในฤดูใบไม้ร่วงทั้งสิ้น
แม้กฎหมายจะบัญญัติไว้เช่นนี้ แต่ในชีวิตประจำวันกลับแทบไม่มีใครเคยเห็น หรือกระทั่งได้ยินว่ามีผู้ใดถูกเนรเทศหรือตัดศีรษะเพราะอกตัญญู
เรื่องนี้มิใช่เพราะขุนนางละเลยหน้าที่ หากเป็นเพราะการฟ้องร้องบุตรหลานในข้อหาอกตัญญู ต้องให้บิดามารดาหรือปู่ย่าตายายเป็นผู้กล่าวโทษด้วยตนเอง
เพียงข้อกำหนดนี้ข้อเดียว ก็แทบตัดคดีเก้าในสิบส่วนตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มต้นแล้ว
ในฐานะบิดามารดา ต่อให้บุตรหลานดื้อรั้นและอกตัญญูเพียงใด ก็ยากจะยื่นฟ้องพวกเขาต่อศาลด้วยตนเอง แล้วเฝ้ามองบุตรแท้ ๆ ถูกตัดสินโทษ จำคุก เนรเทศ หรือแม้แต่ตัดศีรษะ
เพราะฉะนั้น แม้กฎหมายข้อนี้จะประกาศใช้มาหลายปี แต่แทบไม่เคยมีโอกาสนำมาใช้จริง
แม้แต่ตอนที่เมิ่งอวี้ไปฟ้องร้องต่อศาล ผู้ว่าการจวนซุ่นเทียนยังชะงักงันไปชั่วขณะ ทั้งยังส่งคนออกมาซักถามซ้ำแล้วซ้ำเล่า ครั้นยืนยันว่าไม่ได้ฟ้องเย่เหล่าต้ากับนางโหยว จึงค่อยวางใจ แล้วสั่งการสองสามประโยค ก่อนให้มือปราบติดตามเมิ่งอวี้ไปทันที
ก่อนออกมา มือปราบได้รับคำกำชับไว้แล้ว ย่อมรู้ว่าควรเข้าข้างผู้ใด
