ประตูรถม้าหลายคันเปิดออกพร้อมกัน
รุ่ยชินอ๋องกับพระชายา นางเส้าที่พาบุตรชายทั้งสองมาด้วย รวมถึงท่านผู้อาวุโสเฉินและโหยวปิน ต่างลงจากรถม้า
ทุกคนมารวมตัวกันอยู่หน้าจวนองค์หญิง ต่างมองหน้ากันไปมา ก่อนจะเข้าใจว่าเรื่องทั้งหมดนี้ต้องเป็นสิ่งที่ชิงเทียนจัดเตรียมไว้แต่เนิ่นๆ
ทว่าคนที่มารวมกันอยู่หน้าประตูในยามนี้ต่างมีฐานะและตำแหน่งไม่เหมือนกัน ปกติแทบไม่มีโอกาสพบปะกัน เมื่อจู่ๆ มารวมตัวกันเช่นนี้ ทั้งยังอาจต้องฉลองปีใหม่ด้วยกัน ต่างก็รู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่บ้าง
รุ่ยชินอ๋องกับพระชายารุ่ยชินอ๋องสบตากัน ในที่สุดก็เข้าใจว่าก่อนหน้านี้ชิงเทียนแอบทำอะไรลับๆ ล่อๆ
เมื่อนึกถึงชิงเทียนที่ยังเยาว์วัยนัก ปกติแม้แต่คำโกหกสักคำก็พูดไม่เป็น กลับปิดบังเรื่องนี้อย่างระมัดระวังอยู่นานถึงหนึ่งเดือน เพียงเพื่อรวบรวมญาติที่นางยอมรับทั้งหมดมาอยู่พร้อมหน้ากันฉลองปีใหม่ หัวใจของรุ่ยชินอ๋องกับพระชายารุ่ยชินอ๋องก็พลันอ่อนยวบ ทั้งยังไม่อาจทำลายน้ำใจของเด็กน้อยได้
ทั้งสองเข้าใจดีว่าคนอื่นล้วนคุ้นเคยกันอยู่แล้ว ที่ทุกคนคอยสังเกตสีหน้ากันเช่นนี้ก็เพราะฐานะของพวกเขาสามีภรรยา
พระชายารุ่ยชินอ๋องจึงก้าวเข้าไปหา ประคองแขนยายเย่พลางกล่าวว่า “พวกเรายังไม่เคยมาเยือนจวนองค์หญิงของชิงเทียนกันสักคน มิสู้ฉวยโอกาสนี้เข้าไปชมให้ทั่วเถิด”
ยายเย่ได้กลิ่นหอมอ่อนโยนสายหนึ่งก่อน จากนั้นแขนก็ถูกพระชายารุ่ยชินอ๋องประคองไว้ ร่างกายซีกนั้นพลันชาวาบไปหมด
หากอาสะใภ้สามเย่ไม่ไหวตัวทัน ยื่นมือมาประคองนางไว้อีกข้าง นางคงยืนไม่อยู่และต้องขายหน้าต่อหน้าทุกคนเป็นแน่
ยายเย่รู้ดีว่าไม่ว่าจะเป็นฐานะทางตระกูลเดิมหรือทางสามี พระชายารุ่ยชินอ๋องก็อยู่คนละชั้นกับตนโดยสิ้นเชิง
อีกฝ่ายยอมลดตัวลงมาประคองหญิงชราอย่างนางด้วยตนเอง ทั้งหมดก็เพราะเห็นแก่ชิงเทียน
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ นางย่อมไม่อาจทำให้หลานสาวต้องขายหน้า
ยายเย่จึงตั้งหลักได้ในที่สุด ยืดแผ่นหลังตรง กล่าวอย่างไม่ถ่อมตนหรือหยิ่งผยองว่า “ใช่แล้ว เข้าไปชมบ้านหลังใหม่ของชิงเทียนด้วยกันเถิด!”
ยายเย่กล่าวพลางจูงมือชิงเทียน เดินเข้าไปในจวนองค์หญิงพร้อมกับพระชายารุ่ยชินอ๋อง
ผู้คนที่เหลือจึงพากันเดินตามเข้าไป
