หลายคนกำลังรอสอบปากคำผู้ต้องหาอยู่ในคุก จู่ ๆ ด้านนอกก็มีเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้น
“พวกเจ้าอย่าขวางข้า ข้าจะไปหาท่านใต้เท้าให้ช่วยตัดสินความเป็นธรรมให้ข้า!”
“ข้าไม่สนว่าเขาเป็นใคร ข้าจะพบท่านใต้เท้าเจิ้ง!”
ฉินซงอิ้นเริ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย ลอบคิดว่าใครกันที่มาหาเรื่องให้ตนไม่สบายใจในเวลาเช่นนี้
เมื่อได้ยินอีกฝ่ายตะโกนว่าจะไปหาท่านใต้เท้าเจิ้ง จึงเริ่มระแวดระวังขึ้นมาหลายส่วน หรือจะสมคบกับเจิ้งโหย่วเหวยมาเล่นงานตน?
เจิ้งโหย่วเหวยรู้สึกว่าตนเพิ่งเสียหน้าไป เมื่อพบโอกาสได้ทวงคืนอย่างยากเย็น จึงเอ่ยทันทีว่า “ด้านนอกเกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือ ท่านใต้เท้าฉินไม่ต้องเกรงใจข้า เรียกคนเข้ามาถามไถ่สถานการณ์ก่อนเถิด”
ยามนี้ฉินซงอิ้นแทบจะแน่ใจแล้วว่า คนของเจิ้งโหย่วเหวยกำลังก่อเรื่อง จึงเงยหน้าสบตากับมู่เจิง
เห็นมู่เจิงมีท่าทีสงบนิ่ง ฉินซงอิ้นจึงพยักหน้าเอ่ยว่า “ใครก็ได้ พาคนที่กำลังส่งเสียงเอะอะด้านนอกเข้ามาให้หมด”
ไม่นานนัก มือปราบหลายคนจากจวนซุ่นเทียนก็ถูกพาตัวเข้ามา
รอยแส้บนใบหน้าของคนที่เดินนำทำให้ฉินซงอิ้นตกใจอยู่ไม่น้อย
เจิ้งโหย่วเหวยถึงกับผุดลุกขึ้นทันที เอ่ยว่า “โต้วจวิ้น เกิดเรื่องอันใดขึ้น ใบหน้าเจ้าเป็นอะไรไป ผู้ใดทำ?”
แม้ก่อนหน้านี้จะมีคนลอบส่งข่าวมาให้เขา บอกว่ามีคนของตนได้รับบาดเจ็บ สามารถอาศัยจังหวะนี้ก่อเรื่องได้
แต่เขาไม่รู้ว่าคนที่บาดเจ็บคือโต้วจวิ้น ยิ่งไม่รู้ด้วยว่าบาดเจ็บที่ใบหน้า
เนื้อเปิดเหวอะเช่นนี้ มิใช่ว่าจะเสียโฉมแล้วหรือ?
ต้องรู้ว่าโต้วจวิ้นมิใช่คนนอก หากแต่เป็นหลานชายทางฝ่ายภรรยาของเขา
เพียงแต่เขาไม่ได้ป่าวประกาศเรื่องนี้ออกไป ผู้คนรอบตัวจึงมีน้อยคนที่รู้
ที่คราวนี้เขาส่งโต้วจวิ้นมาด้วย ก็เพราะสืบรู้ว่าฉินซงอิ้นกุมข่าวของกลุ่มโจร จึงให้หลานชายทางฝ่ายภรรยามาหวังเก็บความชอบความดีไปด้วย
บัดนี้แม้จะได้ความชอบความดีมาแล้ว แต่คนกลับเสียโฉม เขาจะกลับไปอธิบายกับภรรยาและครอบครัวฝ่ายพ่อตาอย่างไร?
มู่เจิงไม่เอ่ยคำใด เพียงยืนสงบอยู่ข้างหนึ่ง มองพวกเขาแสดงละคร
เดิมทีทุกคนออกไปปราบโจร ทั้งยังจับหัวหน้ากลุ่มโจรกลับมาได้หลายคน การได้รับบาดเจ็บบ้างย่อมเป็นเรื่องปกติ
