วันนี้เหวินเจิ้งไห่ลุกขึ้นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง กินขนมรองท้องไปสองสามคำอย่างลวก ๆ แล้วก็เข้าวังไปประชุมราชกิจ
หลังเลิกประชุม เดิมทีเขาควรกลับบ้านไปกินมื้อเช้า ทว่ายังไม่ทันได้กินก็ต้องเร่งตามรุ่ยชินอ๋องไปเสียก่อน
ยามเที่ยงเขายังอยู่ระหว่างทาง ใจร้อนรุ่มจนไม่รู้สึกหิว
ดังนั้นเมื่อไปถึงหมู่บ้านหรงซี เขาจึงหิวโหยเต็มที
เดิมทีเขาหมายใจว่าจะกลับเข้าเมืองไปกินให้อิ่มหนำ ท้ายที่สุดกลับไม่ได้กินแม้แต่มื้อเย็น
เมื่อล้มตัวลงนอนหลังฟ้ามืด เหวินเจิ้งไห่ก็รู้สึกหิวจนแสบร้อนในท้อง
เขาพลิกตัวไปมาบนเตาอุ่นดินเหนียว ราวกับแผ่นแป้งที่กำลังถูกทอด พลิกแล้วพลิกเล่า ไม่อาจข่มตาหลับได้เลย
แม้ยายเย่จะให้เกียรติเขาในฐานะขุนนาง และจัดห้องของเย่เหล่าซื่อให้เขานอนตามลำพัง
แต่เตาอุ่นแข็งกระด้างกับเครื่องนอนของตระกูลเย่ก็ทำให้เขารู้สึกไม่สบายตัวไปทั้งร่าง
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงประตูไม้ที่แทบกันเสียงไม่ได้ เสียงกรนของคนกลุ่มหนึ่งในห้องฝั่งตรงข้ามดังสลับกันไม่ขาดสาย ซ้อนทับกันไปมา ราวกับกำลังประชันว่าใครกรนดังที่สุด
ยิ่งนอนไม่หลับ เหวินเจิ้งไห่ก็ยิ่งรู้สึกหิว ยิ่งหิวก็ยิ่งหงุดหงิด ยิ่งหงุดหงิดก็ยิ่งรู้สึกว่าไม่ว่าจะเป็นเสียงกรนจากเรือนตรงข้าม หรือเสียงแมลงร้องกับเสียงนกร้องด้านนอก ล้วนดังราวกับถูกขยายให้ก้องขึ้น จนชวนให้หงุดหงิดใจ
ไม่เพียงเท่านั้น เขายังเริ่มรู้สึกว่าท้องน้อยตึงขึ้นเรื่อย ๆ
น้ำที่ดื่มก่อนนอนเพื่อประทังความหิว บัดนี้เริ่มไหลลงเบื้องล่าง
