ก่อนเหวินเจิ้งไห่มาถึง เขาก็คิดไว้แล้วว่าจะมาให้เห็นหน้า จากนั้นยามค่ำค่อยไปกินข้าวและพักค้างคืนที่อำเภอเฟิงเล่อ
หมู่บ้านหรงซีเป็นชนบทห่างไกลแร้นแค้นเช่นนี้ อย่าว่าแต่หอสุราเลย แม้แต่แผงขายอาหารก็ยังไม่มี
ส่วนเรื่องที่พัก ให้เขาไปนอนที่เรือนเก่าของตระกูลเย่ มิสู้ฆ่าเขาเสียยังดีกว่า
ตั้งแต่เล็กจนโต เขาไม่เคยพักในสถานที่เช่นนี้มาก่อน!
ที่สำคัญที่สุดคือ เขาคิดมาตลอดว่าแม้แต่ตนยังทนที่นี่ไม่ไหว ยิ่งเป็นรุ่ยชินอ๋องผู้เกิดมาคาบช้อนทองมา ย่อมไม่มีทางทนได้แน่
ใครจะคิดว่าเพิ่งกลับจากไร่นาสกปรกมอมแมม ก็ได้ยินข่าวร้ายเช่นนี้เสียแล้ว
รุ่ยชินอ๋องยังจะพักอยู่ที่นี่ แล้วเขาจะกล้าไปพักโรงเตี๊ยมในตัวอำเภอตามลำพังได้อย่างไร
“โอ๊ย ใต้เท้าเหวินไม่ระวังตัวเอาเสียเลย พวกเจ้ายังไม่รีบพยุงเขาขึ้นมาอีก!” รุ่ยชินอ๋องมีรอยยิ้มบนใบหน้า ทว่ารอยยิ้มกลับไปไม่ถึงดวงตา
หลังถูกพยุงขึ้นมาแล้ว เหวินเจิ้งไห่ยังคิดดิ้นรนอีกสักหน่อย จึงกล่าวว่า “ข้าเห็นว่าบ้านตระกูลเย่ก็ไม่ได้กว้างขวางนัก คนมากมายเช่นนี้คงพักไม่พอกระมัง เช่นนั้น...”
เขายังพูดไม่ทันจบก็ถูกรุ่ยชินอ๋องขัดขึ้นเสียก่อน “จริงสิ ท่านยาย ข้าสั่งให้คนเตรียมอาหารค่ำไว้เพียงสำหรับข้ากับคนที่ติดตามมาเท่านั้น
“ใต้เท้าเหวินคงไม่ได้เตรียมการอะไรมา เขากับผู้ใต้บังคับบัญชาคงต้องร่วมกินอาหารค่ำกับพวกท่านแล้ว
“แต่พวกท่านอย่าได้กังวล และไม่ต้องจัดเตรียมอะไรเป็นพิเศษ ปกติผู้อาวุโสจ้านกินสิ่งใด ก็จัดให้ใต้เท้าเหวินกินเช่นนั้นก็พอ”
