ระหว่างทาง เพื่อให้แน่ใจว่าสินค้าจะปลอดภัยไร้ข้อผิดพลาด ทุกครั้งที่พักค้างแรมตามรายทาง ทุกคนต่างไม่กล้ากินอาหารส่งเดช
อย่างมากก็เพียงต้มโจ๊กใส ๆ สักหน่อย กินคู่กับเสบียงแห้งและผักดองที่ตนพกมา ประทังมื้อหนึ่งไป
บัดนี้กลับมาถึงร้านค้าของตน ในที่สุดก็ได้กินอาหารร้อน ๆ ถูกปากเสียที
เย่ชางเสวี่ยกินซาลาเปาไปสองเข่งรวด ดื่มน้ำเต้าหู้หนึ่งชาม ตามด้วยโจ๊กข้าวฟ่างอีกชาม จึงรู้สึกสบายเนื้อสบายตัวขึ้นมา
เขายกมือเรียกคนงานคนหนึ่งเข้ามา สั่งว่า “วันนี้พวกเราจะพักที่นี่หนึ่งวัน ทุกคนคงอยากไปแช่น้ำร้อนคลายเมื่อย พวกเจ้าจัดการให้เรียบร้อย ค่าใช้จ่ายลงบัญชีข้า ดูแลทุกคนให้ดี เข้าใจหรือไม่”
“ขอรับ ขอรับ คุณชายรองวางใจ บ่าวเข้าใจแล้ว” คนงานตอบจบกลับยังไม่ไป ยืนมองเย่ชางเสวี่ยด้วยสีหน้าลังเล คล้ายมีเรื่องอยากพูดแต่ก็ไม่กล้า
เย่ชางเสวี่ยกำลังจะออกจากประตู พอเห็นเช่นนั้นก็ถามอย่างหงุดหงิด “มีอะไรก็พูดมาให้ไว อย่ามัวอ้ำอึ้ง!”
“คุณชายรอง สตรีที่ท่านพากลับมาผู้นั้น...”
คนงานยังพูดไม่ทันจบก็ถูกเย่ชางเสวี่ยขัดขึ้นเสียก่อน
“หยุด ๆ อะไรคือสตรีที่ข้าพากลับมา เจ้าคิดจะทำลายชื่อเสียงอันบริสุทธิ์ของข้าหรือ!”
“มิใช่ขอรับ คือว่า...คุณชายรอง สตรีผู้นั้นไข้สูงไม่ยอมลด ท่านจะไปดูนางสักหน่อยหรือไม่ขอรับ”
“ไข้สูงก็ไปตามหมอมารักษาและจัดยาให้ ค่าใช้จ่ายลงบัญชีข้าไว้ก็พอ
“เรียกข้าไปแล้วจะมีประโยชน์อันใด ข้ารักษาโรคไม่เป็นเสียหน่อย”
