เย่เหล่าต้ากำลังให้อาหารหมาในลานบ้านอยู่
อาหารหมามื้อวันนี้อุดมสมบูรณ์เป็นพิเศษ
ไม่เพียงแต่มีเศษเนื้อที่เหลือจากการขายเท่านั้น เย่เหล่าต้ายังตักน้ำซุปเนื้อเพิ่มอีกหนึ่งช้อนให้เป็นพิเศษอีกด้วย
เจ้าหมาน้อยได้กลิ่นหอมตื่นเต้นจนแทบจะทนไม่ไหวแล้ว กระดิกหางรัว ๆ วิ่งวนเวียนอยู่รอบตัวเย่เหล่าต้าตลอดเวลา
แต่ถึงแม้เจ้าหมาน้อยจะตื่นเต้น มันกลับยังคงมีระเบียบวินัย
จนกระทั่งเย่เหล่าต้าคลุกอาหารหมาเสร็จวางลงบนพื้น แล้วพูดว่า “กินได้” มันจึงได้สลบหน้าลงไปในถ้วยอาหาร ฉับ ๆ กินอย่างเอร็ดอร่อย ขาหลังสั้น ๆ สองข้างแทบจะยกขึ้นฟ้า
ในขณะนั้นเอง ภายในห้องก็มีเสียงร้องไห้ของชิงเทียนดังออกมา
ตอนแรกเย่เหล่าต้ากำลังนั่งยอง ๆ อยู่ในลานมองเจ้าหมาน้อยกินอาหารอยู่ พอได้ยินเสียงร้องไห้ก็ตะลึงไปครู่หนึ่ง รีบลุกขึ้นยืนคิดจะเดินเข้าไปในห้องดูว่าเกิดอะไรขึ้น
ใครจะรู้ว่าเจ้าหมาน้อยที่กินอยู่ได้ครึ่งทางกลับวิ่งเร็วกว่าเขา ไม่สนใจอาหารที่กำลังกินอยู่ วิ่งปุ๊บปั๊บเข้าไปในห้องก่อนแล้ว
เด็ก ๆ หลายคนในบ้านได้ยินเสียงชิงเทียนร้องไห้ ต่างก็วิ่งออกมาจากห้องของตัวเอง
เย่ชางเหนียนวิ่งพลางถามไปพลางว่า “น้องสาวเป็นอะไรไป?”
อาสะใภ้ใหญ่เย่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น อุ้มชิงเทียนที่ร้องไห้ไม่หยุดเอาไว้อ้อมปลอบ
“ที่รัก อย่าร้องไห้นะ บอกแม่สิ ว่าเป็นอะไรไป?”
ชิงเทียนยื่นมือชี้ไปที่โต๊ะที่ว่างเปล่าไร้สิ่งใด ร้องไห้จนพูดไม่ออก
ตอนนี้หล่อนเศร้าเสียใจมากจริง ๆ
เงินสิบอีแปะที่อาสะใภ้ใหญ่เย่ให้หล่อนวันนี้ เป็นครั้งแรกที่หล่อนมีเงินที่สามารถใช้จ่ายได้ตามใจตัวเอง
และไม่ใช่เพราะใครให้เปล่า ๆ แต่เป็นเพราะหล่อนช่วยพ่อแม่นับเงินอย่างขยันขันแข็ง ได้มาเพราะความสามารถของตัวเอง
ดังนั้นตอนที่ชิงเทียนจะไปซื้อลูกกวาดงา เดิมทีหล่อนวางแผนไว้ว่าจะซื้อเผื่อยายเย่ เย่เหล่าต้า และอาสะใภ้ใหญ่เย่สามคนด้วยกัน
ในบ้านมีเด็กหกคน บวกผู้ใหญ่อีกสามคน หล่อนคิดจะซื้อเก้าชิ้น
แต่ลูกกวาดงาหนึ่งอีแปะได้สองชิ้น ดังนั้นสุดท้ายหล่อนจึงซื้อกลับมาสิบชิ้น
ครั้งนี้เมื่อเทียบกับการให้พี่ชายทั้งห้าคนกับยายแล้ว หล่อนอยากให้เย่เหล่าต้ากับอาสะใภ้ใหญ่เย่กินมากกว่า
