กลิ่นคาวเลือดรอบด้านเข้มข้นขึ้นทุกขณะ เย่เหล่าซื่อแยกไม่ออกแล้วว่าเลือดบนกายตนเป็นเลือดของทหารกบฏหรือพวกเดียวกันมากกว่ากัน
ตอนแรกเขารู้สึกคลื่นเหียนแทบอาเจียน ทว่าไม่นานก็เข้าใจว่า หากไม่อยากตายอยู่ที่นี่ ก็อย่ามัวคิดเรื่องเหลวไหลเหล่านั้น
ยังดีที่เย่เหล่าซื่อเชื่อฟัง คอยติดตามอยู่ด้านหลังเย่ชิ่งซานมาโดยตลอด
ลูกน้องคนอื่น ๆ ของเย่ชิ่งซานคุ้มกันพวกเขาไว้อย่างแน่นหนา ราวกับสัตว์ประหลาดที่เก็บเกี่ยวชีวิตทหารกบฏ เคลื่อนพลมุ่งหน้าไปไม่หยุด
เมื่อมีคนบาดเจ็บหรือล้มตายตรงแนวรอบนอก คนใหม่ก็เข้ามาแทนที่ทันที
เย่เหล่าซื่อกำดาบยาวแน่น ฟาดฟันครั้งแล้วครั้งเล่า
สถานการณ์ศึกของทั้งสองฝ่ายตกอยู่ในภาวะชะงักงันอย่างรวดเร็ว
ทั้งสองฝ่ายต่างเป็นทหารชั้นยอด อีกทั้งทหารกบฏยังมีจำนวนเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด
หากมิใช่เพราะฝ่ายราชสำนักมีเย่ชิ่งซานบัญชาการอยู่ ทั้งยังนำทัพออกหน้าเป็นแบบอย่าง คนอื่น ๆ คงถูกตีจนแตกพ่ายไปนานแล้ว
แต่แท้จริงแล้ว ฝ่ายเย่ชิ่งซานก็ใกล้จะต้านไม่ไหวเช่นกัน
จำนวนทหารกบฏมีมากกว่าฝ่ายตนถึงสองเท่า ยามนี้จึงแสดงประโยชน์ออกมาอย่างเต็มที่ พวกมันสงบสติจากความแตกตื่นที่ถูกข้าศึกจู่โจมกะทันหันในช่วงแรกได้อย่างรวดเร็ว แล้วเริ่มจัดกระบวนโต้กลับอย่างเป็นระบบ
เมื่อทหารกบฏตั้งหลักมั่นได้ ฝ่ายเย่ชิ่งซานก็เผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้นทันที
ไม่นานก็ถูกตีจนไม่อาจรุกคืบได้ กระทั่งเริ่มถอยร่นทีละก้าว
เย่ชิ่งซานร้อนใจ ทว่าเมื่อประมือกันแล้ว นอกจากกัดฟันสู้ต่อไป ก็ดูจะไม่มีหนทางอื่น
