เช้าวันรุ่งขึ้น เย่เหล่าต้ากับเย่เหล่าเอ้อร์บังคับรถม้า พายายเย่และเหล่าเด็ก ๆ มุ่งหน้าไปเมืองหลวง
เดิมทีนี่เป็นเรื่องธรรมดาสามัญอย่างยิ่ง แต่ก่อนก็ไปกันอยู่บ่อยครั้ง
ทว่าวันนี้ไม่รู้เป็นเพราะเหตุใด ชาวบ้านถึงกับพากันออกมาทักทายพวกเขา
เพิ่งออกจากบ้านก็พบเย่ชิ่งกังซึ่งอยู่บ้านข้าง ๆ
พอพ้นตรอกมาก็เห็นเย่ชิ่งหยวนกับภรรยา
ถัดมาก็เป็นเย่จวนเอ๋อร์กับสามี เย่ตงขุยกับภรรยา...และคนอื่น ๆ
กระทั่งรถม้าเคลื่อนมาถึงปากหมู่บ้าน จึงพบว่ามีผู้คนมารวมตัวกันอยู่ใต้ต้นไทรใหญ่มากมาย แม้แต่หวังกว่างผิง ผู้ใหญ่บ้าน ก็อยู่ในนั้นด้วย
ในมือของทุกคนยังถือข้าวของมาด้วย
เย่เหล่าต้ายิ่งฉงนใจ จึงดึงบังเหียนโดยไม่รู้ตัว
ม้าชะลอฝีเท้าลง ชาวบ้านก็กรูกันเข้ามาล้อมรถม้าทันที
“พี่สะใภ้เย่ พวกท่านกำลังจะไปเมืองหลวงหรือ? นี่เป็นถั่วลิสงใหม่จากบ้านข้าในปีนี้ ท่านเอาไปให้คนในบ้านกินบ้างเถิด”
“ท่านป้าเย่ นี่เป็นแป้งข้าวโพดที่บ้านข้าโม่จากข้าวโพดที่ปลูกเอง หอมยิ่งนัก ท่านเอาไปต้มเป็นโจ๊กให้ชิงเทียนกินเถิด”
“ยังมีของข้าด้วย ถั่วที่บ้านข้าปีนี้งามนัก เอาไปให้พวกท่านลองชิม”
พอทุกคนเข้ามาล้อม ต่างก็แย่งกันยัดข้าวของนานาชนิดขึ้นรถม้า
ยายเย่ถึงกับตะลึง แม้ท่าทีของชาวบ้านที่มีต่อตระกูลตนจะดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมากแล้ว แต่ก็ไม่น่าจะกระตือรือร้นถึงเพียงนี้กระมัง?
ทว่านางเพียงคนเดียวห้ามคนมากมายที่กำลังขนของขึ้นรถไม่ไหว
ไม่นานนัก ถุงผ้าใบเล็กใบบนก็วางซ้อนกันจนเต็มรถ
เมื่อเห็นว่าทุกคนมอบของให้กันหมดแล้ว หวังกว่างผิงจึงเดินออกมาจากด้านหลัง
เย่เหล่าต้าเอ่ยอย่างจนใจว่า “ผู้ใหญ่บ้าน พวกท่านทำอะไรกันหรือ?”
“ได้ยินว่าคราวนี้พวกท่านไปเมืองหลวง ฮ่องเต้จะพระราชทานรางวัลให้เย่เหล่าเอ้อร์หรือ?”
“น่าจะเป็นเช่นนั้น พวกเราก็ไม่ทราบเหมือนกัน ไปถึงแล้วต้องฟังทางนั้นจัดการ”
“นั่นสิ นั่นสิ” หวังกว่างผิงพยักหน้ารัว “ที่จริงทุกคนไม่ได้มีเจตนาอื่น ปีนี้ต้องขอบคุณที่ไร่นาของบ้านท่านเพาะปลูกได้ดี พาให้ราคาข้าวของบ้านอื่น ๆ ในหมู่บ้านเราสูงกว่าราคาตลาดไปด้วย
“ทุกคนมอบของเหล่านี้ให้ด้วยใจจริง อยากขอบคุณบ้านท่าน
