ยายเย่พูดจบก็ถึงได้เห็นชัดว่า ชิงเทียนคนเดียวมือหนึ่งกำถังหูลู่ไว้ถึงสามไม้
“อาสะใภ้ใหญ่เย่เอ๋ย ข้าไม่ว่าอะไรเจ้า และแม้เจ้าจะรักเด็ก ก็ไม่ควรปล่อยให้เด็กกินถังหูลู่มากมายขนาดนี้ในคราวเดียว ท้องจะไหวหรือ?”
“แม่เจ้าคะ ไหนเลยจะกล้าให้เด็กกินสามไม้!”อาสะใภ้ใหญ่เย่รีบแก้ตัว “อีกสองไม้นั้นเป็นเพราะนางจะซื้อให้คุณชายฉินกับชางรุ่ยต่างหาก”
ชิงเทียนพอได้ยินดังนั้น ก็รีบขยับตัวส่งสัญญาณว่าจะให้อุ้มลง
อาสะใภ้ใหญ่เย่รู้ว่านางจะทำอะไร ก้มลงวางนางไว้บนพื้น ช่วยดึงเสื้อผ้าให้นางแล้วเอ่ย “ค่อย ๆ เดินนะ อย่าวิ่ง ระวังจะหกล้ม!”
ชิงเทียนยกถังหูลู่สามไม้ ก้าวเท้าทีละก้าวตามบันไดขึ้นไปชั้นบน
เว่ยเหยี่ยนกำลังอธิบายบทความที่ให้ท่องจำวันนี้แก่ฉินเฮ่อเซวียนและเย่ชางรุ่ย พลันได้ยินเสียงเคาะประตูเบา ๆ
“เชิญเข้าเถิด” เว่ยเหยี่ยนส่งเสียงบอก
ประตูถูกแง้มเปิดเป็นช่องเล็ก ๆ แล้วชิงเทียนก็ยื่นถังหูลู่เข้ามาก่อนลอดตามเข้ามา
พอเห็นถังหูลู่สามไม้ในมือนาง สายตาเว่ยเหยี่ยนก็เป็นประกายวาบขึ้นมา
ใครจะรู้ว่าชิงเทียนกลับเพียงชูสองไม้ขึ้นสูงแล้วเอ่ย “พี่ฉิน พี่ใหญ่ กินถังหูลู่สิเจ้าคะ”
สายตาที่เว่ยเหยี่ยนเคยเป็นประกายพลันหม่นลงเล็กน้อย แต่ก็จริง ๆ ไม่อาจมีหน้ามาแย่งของกินกับลูกศิษย์ได้
“เช่นนั้นพักสักครู่หนึ่ง รอพวกเจ้ากินเสร็จก่อนแล้วค่อยว่ากันต่อ”
พออาจารย์เว่ยจากไป เย่ชางรุ่ยก็อุ้มชิงเทียนขึ้นไปวางบนเก้าอี้ข้างกายตนเอง
เขารับถังหูลู่สองไม้จากมือชิงเทียน ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก็ยังเอ่ยส่งให้ฉินเฮ่อเซวียนหนึ่งไม้
