หากเป็นเมื่อก่อน ต่อให้รุ่ยชินอ๋องได้รับคำชมเช่นนี้จากบุตรสาว แม้ปากไม่พูดออกมา ในใจก็คงไม่ยอมรับเป็นแน่
แต่หลังจากได้อยู่ร่วมกันมาช่วงหนึ่ง รุ่ยชินอ๋องก็เข้าใจมานานแล้วว่าชิงเทียนเป็นเด็กที่ให้ความสำคัญกับความรักและคุณธรรม
อีกทั้งช่วงนี้ความสัมพันธ์ระหว่างชิงเทียนกับสองสามีภรรยาก็สนิทสนมขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก
คราวนี้เย่เหล่าต้าเดินทางไปภูเขาฉางไป๋ เดิมทีก็เพื่อเก็บหลินจือ ทั้งยังตั้งใจหาเงินให้มากขึ้นเพื่อนำไปจัดยาให้ชิงเทียน
เมื่อกลับมาแล้วยังมอบของขวัญชิ้นใหญ่เช่นนี้แก่ราชสำนักอีก
ใจที่แต่เดิมของรุ่ยชินอ๋องเคยคิดแข่งขันเอาชนะเย่เหล่าต้า จึงสงบลงไปนานแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น หลังกลับถึงจวนอ๋อง รุ่ยชินอ๋องยังสั่งการเป็นพิเศษ ให้คอยช่วยเหลือกิจการของเย่เหล่าต้ากับเถ้าแก่เฉิงอย่างเงียบเชียบ
รุ่ยชินอ๋องมอบหมายเรื่องนี้ให้ผู้ดูแลจวนอ๋อง
ผู้ดูแลจวนอ๋องจึงกลัดกลุ้มว่าควรทำอย่างไรดี
การช่วยเหลือกิจการของเย่เหล่าต้ากับเถ้าแก่เฉิงไม่ยาก แต่จะช่วยอย่างไรให้เงียบเชียบเล่า?
ท้ายที่สุดผู้ดูแลจวนอ๋องก็ทำได้เพียงเรียกผู้ดูแลกิจการค้าของจวนอ๋องมาหารือด้วยกัน
ผู้ดูแลได้ฟังก็กล่าวว่า “ที่จริงเรื่องนี้ง่ายดายนัก
“เถ้าแก่เฉิงมีชื่อเสียงอยู่บ้างในเมืองหลวง
“คราวนี้เขากลับมาจากนอกด่าน ผู้คนในตลาดต่างก็พูดกันว่าเขานำของดีติดมือกลับมามากมาย
“ร้านสินค้าจากนอกด่านทั้งหลายต่างจับตาดูว่าพวกเขาจะนำของออกขายเมื่อใด!
“พวกเราไม่จำเป็นต้องทำอะไรเป็นพิเศษ เพียงให้เถ้าแก่ร้านสินค้าจากนอกด่านไปติดต่อซื้อขายตามปกติก็พอ
“ตราบใดที่เราให้เงินมากพอ พวกเขาย่อมขายของให้เรา
“หากมีคนอื่นเสนอราคาสูงกว่า อย่างน้อยเราก็ช่วยเย่เหล่าต้ากับเถ้าแก่เฉิงดันราคาให้สูงขึ้น
“ไม่ว่าทางใดก็ไม่ทำให้พวกเขาขาดทุนแน่”
ผู้ดูแลคิดว่าตนเสนอความคิดได้ดีเยี่ยม พอกล่าวจบก็รอให้ผู้ดูแลจวนอ๋องเอ่ยชม
ใครจะรู้ว่าผู้ดูแลจวนอ๋องตอนแรกยังฟังด้วยสีหน้าพึงพอใจ แต่พอฟังถึงตรงนี้ก็พลันหน้าตึง เอ่ยตำหนิว่า “พูดอะไรเช่นนั้น! แค่เรื่องเสนอราคาให้สูงกว่า ผู้อื่นจะเอาชนะจวนอ๋องของเราได้อย่างไร!”
ผู้ดูแลถูกตอกกลับจนพูดไม่ออก แต่ก็เข้าใจท่าทีและความสำคัญที่ท่านอ๋องมีต่อเรื่องนี้แล้ว
