เมื่อเห็นคนอื่น ๆ ต่างพากันเตรียมการอย่างคึกคัก มีเพียงเย่เหล่าซื่อที่ยืนนิ่งอยู่กับที่ ราวกับถูกสะกดไว้
เย่ชิ่งซานก้าวเข้ามาตบไหล่เขาเบา ๆ พลางปลอบว่า “ตกใจหรือ? ไม่เป็นไร พวกเขาล้วนเป็นทหารเก่าที่เคยผ่านสนามรบมาแล้ว เจ้าไม่จำเป็นต้องเอาตนเองไปเปรียบกับพวกเขา”
เย่ชิ่งซานกล่าวจบ แต่กลับไม่ได้ยินคำตอบจากเย่เหล่าซื่อ กลับได้ยินเสียงสูดจมูกเบา ๆ แทน
เกิดอะไรขึ้นกัน?
มือที่วางอยู่บนไหล่ของเย่เหล่าซื่อออกแรงเล็กน้อย ก่อนจะหมุนตัวเขาให้หันมา แล้วเย่ชิ่งซานก็เห็นขอบตาของอีกฝ่ายแดงเรื่อ
“เด็กคนนี้นี่ ใจร้อนเสียจริง!” เย่ชิ่งซานหัวเราะอย่างจนใจ “ข้าไม่ได้หมายความว่าเจ้าสู้พวกเขาไม่ได้ เพียงแต่ประสบการณ์ของแต่ละคนต่างกัน พวกเขาผ่านเรื่องราวมามากกว่าเจ้าเท่านั้น”
เย่เหล่าซื่อกลับส่ายหน้า
เขาไม่กล้าเอ่ยปาก เกรงว่าหากพูดออกมา เสียงจะสั่นเครือจนกลั้นสะอื้นไว้ไม่อยู่
ดังที่เย่ชิ่งซานกล่าว เขาไม่เคยผ่านสนามรบ จึงมิอาจจินตนาการได้ว่ามันโหดร้ายเพียงใด
แต่ทุกการเคลื่อนไหวของทหารเก่าหลายคนใต้บังคับบัญชาเย่ชิ่งซานเมื่อครู่ ทำให้เขาตระหนักได้ว่า ครั้งนั้นเย่ชิ่งซานใช้ชีวิตเช่นไรอยู่ที่ชายแดน
เขาเป็นเพียงทหารชั้นผู้น้อยที่มาจากสามัญชน
จู่ ๆ ก็ถูกจับไปเป็นทหาร ไร้ประสบการณ์ ทั้งยังไร้ที่พึ่ง
กว่าจะก้าวมาถึงตำแหน่งในวันนี้ทีละขั้น เขาย่อมต้องผ่านเรื่องราวและแบกรับสิ่งต่าง ๆ มากมายเหลือเกิน…
เย่เหล่าซื่อยกมือเช็ดหน้า สูดลมหายใจลึกแล้วกล่าวว่า “พี่ชิ่งซาน ข้าไม่เป็นไร ข้าจะทำตามคำสั่งของท่าน จะไม่ก่อเรื่องให้ท่านอย่างเด็ดขาด”
