เป็นอีกปีที่วันขึ้น 8 ค่ำ เดือนสิบสองมาถึง หยาเอ๋อร์ตื่นแต่เช้าตรู่
นางรีบล้างหน้าบ้วนปาก เปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าชุดดีที่สุดที่มี แล้ววิ่งออกไป
“เนี่ยนจือ เจ้าจะไปไหน ไม่กินมื้อเช้าหรือ” คนที่พักห้องเดียวกันตะโกนถามจากด้านหลัง
ถูกแล้ว บัดนี้นางมีชื่อว่าเสิ่นเนี่ยนจือ ชื่อนี้เจ้าสำนักแม่นางลวี่เป็นผู้ตั้งให้
เสิ่นเนี่ยนจือล้วงเอาแป้งย่างที่ตั้งใจนำกลับมาเมื่อวานออกมาโบกไปมา พลางเอ่ยว่า “ข้ากินสิ่งนี้ก็พอแล้ว!”
กล่าวจบ นางก็วิ่งตรงไปยังโถงใหญ่
บัดนี้วันขึ้น 8 ค่ำ เดือนสิบสองของทุกปี กลายเป็นวันจบการศึกษาประจำของสำนักศึกษาหญิง
ปีนี้มีคนทั้งสิ้น 12 คนสำเร็จการศึกษาอย่างราบรื่น สามารถออกจากสำนักศึกษาหญิงไปหางานเลี้ยงชีพด้วยตนเองได้
ดังนั้นวันนี้ นอกจากศิษย์พี่ที่สำเร็จการศึกษาในปีก่อน ๆ จะกลับมาถ่ายทอดประสบการณ์การทำงานให้ทุกคนแล้ว องค์หญิงยังจะเสด็จมามอบทะเบียนบ้านที่แยกเป็นครัวเรือนของพวกนางให้ด้วย
เสิ่นเนี่ยนจือได้ยินมาว่า วันนี้องค์หญิงยังมีเรื่องสำคัญเป็นพิเศษจะประกาศอีกเรื่อง
นางจึงไม่ทันกินมื้อเช้า ตั้งใจจะไปจับจองที่นั่งดี ๆ ในโถงใหญ่แต่เนิ่น ๆ
เสิ่นเนี่ยนจือวิ่งรวดเดียวไปถึงโถงใหญ่ แล้วพบว่ามิใช่นางเพียงคนเดียวที่คิดเช่นนี้ มีคนหลายคนนั่งกินอาหารอยู่แถวหน้าแล้ว
เสิ่นเนี่ยนจือรีบหาที่นั่งแถวที่สอง ก่อนจะนั่งลงกัดแป้งย่างที่นำมาด้วย
เด็กสาวข้างกายยังมีน้ำใจถามนางว่าจะดื่มน้ำสักหน่อยหรือไม่
เมื่อพวกนางกินของในมือหมดแล้ว คนอื่น ๆ ที่กินมื้อเช้ามาเรียบร้อยก็ทยอยกันมาถึง ไม่นานโถงใหญ่ก็เต็มไปด้วยผู้คน
