คำพูดของอาสะใภ้ใหญ่เย่ประหนึ่งน้ำเย็นจัดที่สาดรดเย่เหล่าต้าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
เขาทรุดนั่งลงอย่างหมดอาลัย สอดมือทั้งสองเข้าไปในเส้นผม ผ่านไปครู่ใหญ่จึงเอ่ยเสียงอู้อี้ว่า “พวกเขาทั้งร่ำรวยและมีอำนาจ มิใช่ว่ายังทำลูกหายหรอกหรือ!
“หากชิงเทียนอยู่กับพวกเขา ต่อไปไม่แน่ว่าอาจต้องเผชิญอันตรายเช่นนี้อีก”
อาสะใภ้ใหญ่เย่ถอนหายใจเบา ๆ ก่อนหันไปมองห้องด้านใน
จากมุมที่นางนั่งอยู่ พอมองเห็นชิงเทียนที่กำลังหลับสนิทอยู่ในห้องได้เลือนราง
เมื่อก่อนนางมักนั่งอยู่ตรงนี้ คิดบัญชีหรือทำงานเย็บปัก แล้วก็เงยหน้ามองเด็กในห้องเป็นระยะว่าตื่นหรือยัง
เวลานี้ชิงเทียนยังหลับสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งจมอยู่ในหมอน ปากเล็ก ๆ ถูกเบียดจนจู๋ยื่นออกมา
หากเป็นยามปกติ อาสะใภ้ใหญ่เย่เห็นท่าทางเช่นนี้ของลูกสาว คงเผยรอยยิ้มพึงใจออกมาแน่นอน
แต่ยามนี้นางกลับรู้สึกแสบจมูก น้ำตาเอ่อคลอเต็มสองตาโดยไม่ทันตั้งตัว
นางเอ่ยเสียงแผ่วเบายิ่งว่า “หากชิงเทียนอยากตามหาบิดามารดาผู้ให้กำเนิดเล่า?”
เย่เหล่าต้าที่อัดอั้นถ้อยคำไว้เต็มอกพลันพูดไม่ออก
ใช่แล้ว เวลานี้พวกเขาเอาแต่คิดกันไปต่าง ๆ นานา แต่กลับไม่มีใครถามความเห็นของชิงเทียนสักคำ
เขารู้สึกเพียงว่าลำคอแห้งผาก ผ่านไปครู่ใหญ่จึงเค้นเสียงออกมาได้ว่า “ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจจำผิดก็ได้ ใต้หล้ากว้างใหญ่ถึงเพียงนี้ สิ่งของอาจเหมือนกัน คนก็อาจหน้าตาคล้ายกัน ชิงเทียนอาจไม่ใช่ลูกของพวกเขาก็ได้!”
ทว่าแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่ค่อยเชื่อคำพูดนี้นัก
