เมืองหลวง วันที่ 8 เดือนสิบสอง ครัวเรือนต่าง ๆ ล้วนดื่มโจ๊กวันล่าปา
หากบ้านใดพอมีกำลัง ก็จะนำถั่วนานาชนิดไปแช่ไว้ตั้งแต่วันก่อน พอเช้าตรู่วันที่ 8 ก็เริ่มตั้งไฟเคี่ยว
ส่วนบ้านที่ขัดสนก็ไม่ต้องกังวล ทุกปีเมื่อถึงช่วงนี้ วัดใหญ่ทั่วเมืองหลวงและหน้าจวนของผู้สูงศักดิ์ ล้วนตั้งโรงทานแจกโจ๊ก
ผู้ใดเดินผ่านไปมา ก็เข้าไปขอสักชามได้
ในวันเดียวกันของปีก่อน ๆ ชาวบ้านตามถนนและตรอกซอกซอยในเมืองหลวงมักพูดคุยกันถึงเรื่องที่บ้านใดต้มโจ๊กวันล่าปาได้อร่อยที่สุด หรือบ้านใดตระหนี่ไม่ยอมใส่ของดี ๆ ลงไป
ทว่าปีนี้โจ๊กวันล่าปากลับไม่ใช่หัวข้อสนทนาของผู้คนอีกต่อไป
เพราะตั้งแต่เช้าตรู่วันที่ 8 เดือนสิบสองปีนี้ ก็มีประกาศฉบับใหม่ติดไว้ตามสถานที่ต่าง ๆ ทั้งยังมีผู้คนจำนวนไม่น้อยเข็นรถแจกโจ๊กไปตามถนน พร้อมประกาศเนื้อหาในประกาศให้ผู้คนทราบ
“พวกเจ้าได้ยินหรือไม่ สำนักศึกษาหญิงเปิดรับนักเรียนอีกครั้งแล้ว”
“แล้วเกี่ยวอะไรกับพวกเราเล่า”
“การรับนักเรียนคราวนี้ไม่เหมือนแต่ก่อน สำนักศึกษาหญิงรับเด็กหญิงจากครอบครัวสามัญที่อยากเรียนหนังสือด้วย!”
“เช่นนั้นมิใช่เหมือนเมื่อครั้งไทเฮายังอยู่หรือ”
“ก็ใช่น่ะสิ! ยามนี้ฝ่าบาททรงมอบสำนักศึกษาหญิงให้ท่านหญิงดูแล ได้ยินว่ากฎระเบียบต่าง ๆ ล้วนยึดตามแบบที่อดีตไทเฮาทรงกำหนดไว้เมื่อครั้งยังมีพระชนม์ชีพ!”
“เช่นนั้นต้องฟังให้รู้เรื่องแล้วว่าเป็นอย่างไร”
ข่าวแพร่กระจายจากคนหนึ่งสู่อีกสิบคน แล้วจากสิบคนสู่อีกนับร้อย ชาวบ้านต่างพากันไปหารถแจกโจ๊กที่อยู่ใกล้บ้านที่สุด ล้อมวงซักถามกันไม่หยุด
