เย่เหล่าซานได้ยินเสียงของชิงเทียน จึงเงยหน้าขึ้นจากงานแกะสลักไม้ในมืออย่างหาได้ยาก
จากนั้นก็เห็นชิงเทียนสะดุดล้มลงไปในหีบ แล้วร้องไห้จ้า
เย่เหล่าซานเห็นเช่นนั้นก็ตกใจจนกระเด้งตัวขึ้นจากเก้าอี้
ยังไม่ทันที่เขาจะไปถึงตัวชิงเทียน ฝาหีบก็ร่วงลงมาปิดดัง “ตุบ” ขังชิงเทียนไว้ข้างในทันที เสียงร้องไห้พลันอู้อี้ลง
ยายเย่กับอาสะใภ้ใหญ่เย่ได้ยินเสียงเด็กร้องไห้เช่นกัน จึงรีบร้อนวิ่งจากด้านนอกเข้ามา
“เกิดอะไรขึ้น มีเรื่องอันใดหรือ?”
“ชิงเทียน? ชิงเทียนอยู่ที่ใด?”
เย่เหล่าซานรีบวิ่งไปที่หีบ คิดจะช่วยชิงเทียนออกมา
ใครจะรู้ว่าฝาหีบกลับปิดลงกะทันหัน ติดค้างอยู่ตรงไหนสักแห่ง เย่เหล่าซานจับห่วงล็อกยกขึ้นหลายครั้งก็เปิดไม่ออก
ภายในหีบทั้งแคบทั้งมืด ชิงเทียนตกใจจนแทบร้องไห้จนขาดใจ เอาแต่ร้องเรียกท่านแม่ไม่หยุด
ยายเย่กับอาสะใภ้ใหญ่เย่ร้อนใจจนแทบอยู่ไม่สุข
อาสะใภ้ใหญ่เย่โผเข้าไปแนบกับหีบ คอยปลอบชิงเทียนไม่หยุด
ยายเย่โมโหจนยกมือฟาดเย่เหล่าซาน
“มัวชักช้าอะไรอยู่ ยังไม่รีบเปิดหีบอีก!”
หีบไม้ใบเล็ก ๆ ใบหนึ่ง ปกติเย่เหล่าซานใช้เท้าเตะทีเดียวก็พังได้แล้ว แต่ชิงเทียนอยู่ในนั้น เขาจึงไม่กล้าลงมือบุ่มบ่าม ได้แต่คิดหาวิธีอื่น
เย่เหล่าซานคว้ามีดแกะสลักจากโต๊ะ แล้วตะโกนบอกชิงเทียนที่อยู่ในหีบว่า “ชิงเทียน ถอยไปด้านในให้ห่างจากปากหีบ ได้ยินหรือไม่?”
“อืม ข้าถอยไปด้านในแล้ว...”
“ฮือ ๆ ท่านแม่ ข้ากลัว...” เสียงสะอึกสะอื้นของชิงเทียนดังลอดออกมาจากข้างใน ทำให้ผู้ใหญ่หลายคนด้านนอกเหงื่อแตกพลั่กด้วยความร้อนใจ
