ฮูหยินฉินถูกพูดจนงุนงงไปหมด ก่อนจะเอ่ยอย่างขุ่นเคืองว่า “พี่หญิง เฮ่อเซวียนเพิ่งอายุเท่าไรเอง ต่อให้แอบออกไปเที่ยวเล่น ก็ไม่มีทางไปสถานที่อย่างหออี้ชุ่ยหรอก
“ตกลงมีคนตาฝาด หรือจงใจใส่ร้ายเฮ่อเซวียนของพวกเรากันแน่?”
พระชายารุ่ยชินอ๋องฟังแล้วก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากลเช่นกัน
นั่นสิ ฉินเฮ่อเซวียนยังอายุน้อยเพียงนี้ ยังไม่ถึงวัยที่จะไปสถานที่เช่นนั้นได้ด้วยซ้ำ
“คนที่เห็นไม่ใช่คนของข้า แต่เป็นคนของท่านอ๋องมาบอก” พระชายารุ่ยชินอ๋องกล่าว “เจ้าอย่าเพิ่งร้อนใจ ข้าพาคนมาแล้ว เรียกเข้ามาสอบถามก็รู้เรื่อง”
เยว่เถารีบให้คนยกฉากผ้ามาบังด้านหน้าพระชายารุ่ยชินอ๋องกับฮูหยินฉิน
ไม่นานนัก ชายหนุ่มวัยยี่สิบต้น ๆ ก็ถูกเรียกเข้ามา
เขาไหล่กว้างเอวคอด รูปร่างสูงสง่า ทั้งยังมีใบหน้าหล่อเหลา ทำให้สาวใช้ตัวน้อยพากันแตกตื่น
เยว่เถาถลึงตาใส่สาวใช้เหล่านั้นอย่างดุดัน
ช่างน่าอับอายเสียจริง ไม่เคยเห็นบุรุษหรืออย่างไร?
สาวใช้หลายคนตกใจ รีบก้มหน้าสำรวมท่าที พลางนึกเสียใจที่เมื่อครู่ทำตัวเหลวไหล
คราวนี้แย่แล้ว หลังจากนี้คงถูกลงโทษอีกเป็นแน่
“หานฉีจิ้งคารวะพระชายา คารวะฮูหยินฉิน”
“นี่คือผู้ติดตามข้างกายท่านอ๋อง เป็นชายหนุ่มที่ฉลาดคล่องแคล่วคนหนึ่ง” พระชายารุ่ยชินอ๋องแนะนำเสียงเบากับฮูหยินฉิน ก่อนกล่าวว่า “เจ้าจงเล่าเรื่องเมื่อเช้านี้อย่างละเอียดอีกครั้ง”
“ขอรับ” หานฉีจิ้งประสานมือคำนับแล้วกล่าว “ในหออี้ชุ่ยมีส่วนแบ่งของจวนอ๋องอยู่ จึงจัดคนสองคนไปคอยดูแลทางนั้น
“แต่เช้ามืดมีคนมารายงานว่า เมื่อคืนกลางดึกมีคนไปสืบเรื่องบางอย่างถึงหออี้ชุ่ย ข้าได้รับข่าวจึงไปตรวจสอบ
“เมื่อไปถึงก็เห็นบ่าวชายรับใช้ข้างกายคุณชายน้อยฉินเข้าไป...”
“เจ้าหมายถึงซงเทาหรือ?”
ฮูหยินฉินขมวดคิ้วแน่น คนผู้นี้นางเลือกมาจากในจวนด้วยตนเอง หากเขาทำเรื่องต่ำช้าเช่นนี้จริง การทำให้นางเสียหน้ายังเป็นเรื่องเล็ก หากทำให้บุตรชายเสียคนขึ้นมาจะทำอย่างไร
“ใครก็ได้ ไปตามซงเทามาให้ข้า”
ไม่นานนัก ซงเทาก็ถูกพาตัวเข้ามา
พอเข้าห้อง เขาก็คุกเข่าลงคำนับทันที “ข้าน้อยคารวะพระชายา คารวะฮูหยิน”
“เมื่อเช้าเจ้าไปทำอะไรมา?” ฮูหยินฉินถามอย่างไม่อ้อมค้อม
