อ้หวังต้าฉุยคลุกคลีอยู่ในตลาดมาหลายปี ย่อมจำเจ้าพนักงานที่ดูแลแถบนี้ได้เป็นอย่างดี
ครั้นได้ยินว่าเด็กที่ตนเกือบเตะลอยไปเมื่อครู่กลับเป็นบุตรชายของหัวหน้ามือปราบจับขโมย ก็ถึงกับขาอ่อนทรุดแทบยืนไม่ไหว
“ท่า...ท่านหัวหน้ามือปราบจาง วันนี้ลมอะไรพัด ไหนถึงได้พัดท่านผู้เฒ่ามาที่นี่ได้...”
หัวหน้ามือปราบจางเหลือบตามองเขาอย่างเย็นชา ไม่พูดอะไร
หวังต้าฉุยเช็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นบนหน้าผาก พยายามหาเรื่องคุยต่อไปว่า “ไหนว่าเป็นบุตรชายท่าน ดูท่าทางหัวโตหน้าตาดี จริงๆ น่าชังนัก!”
หัวหน้ามือปราบจางไม่สนใจเขา ขมวดคิ้วถามบุตรชายว่า “หู่จื่อ เกิดเรื่องอันใดหรือ?”
หู่จื่ออยู่ในอ้อมกอดบิดา ก็มีกำลังใจขึ้นมาทันที
แม้จะพูดยังไม่ค่อยคล่อง แต่ก็พยายามพูดว่า “ข้าจะไปหาอากง วิ่งมาถึงที่นี่...”
พูดพลางก็ชี้ไปทางอ้หวังต้าฉุยว่า “เขายกเท้าจะเตะข้า”
“แล...แล้วก็ลุงคนนี้ช่วยข้าไว้!”
หัวหน้ามือปราบจางมองตามมือบุตรชายไปยังเย่เหล่าต้าที่ยังนั่งอยู่กับพื้น
เย่เหล่าต้าเมื่อครู่กลิ้งไปมาบนพื้นจนตัวเปื้อนฝุ่น ตอนนี้เจ็บหลังจนลุกไม่ขึ้น
หัวหน้ามือปราบจางอุ้มบุตรชายไว้จนไม่สะดวกใช้มือ โกรธพลางตวัดตาไปทางลูกน้องรอบข้างว่า “ยังยืนงงอยู่อีกหรือ ยังไม่รีบไปพยุงคนขึ้นมาอีก!”
“ขอรับ!” มือปราบสองนายรีบเข้าไปพยุงเย่เหล่าต้าขึ้นมา
เหล่าลิ่วมีสายตาดี ก็รีบสละเก้าอี้ของตนให้เย่เหล่าต้านั่ง
หัวหน้ามือปราบจางกล่าวว่า “พี่ใหญ่ผู้นี้ ขอบคุณที่ช่วยชีวิตบุตรชายข้าไว้ ต่อไปหากมีสิ่งใดที่ใช้ข้าจางซิงตงได้ ขอเพียงเอ่ยปากเท่านั้น!”
