“โอ๊ย เหตุใดเจ้าถึงลงไม้ลงมือกันเล่า!” นางหลิ่วร้องไห้โวยวาย “สะใภ้บ้านเจ้าประพฤติตัวไม่เหมาะสม มายั่วยวนสามีข้าทุกวัน พวกเจ้ายังลงมือทำร้ายคนอีก ใต้หล้านี้ยังมีกฎหมายอยู่หรือไม่…”
ยายเย่ลงมือหนัก ทั้งยังจู่โจมโดยไม่ทันให้ตั้งตัว นางหลิ่วจึงถูกตบจนร้องไห้ออกมา
ญาติทางบ้านเดิมของนางหลิ่วเพิ่งตั้งสติได้ ต่างรีบเข้าไปหมายช่วยเหลือ เย่เหล่าต้าพาน้องชายสองคนเข้าขวางทันที สือเหลยกับเมิ่งอวี้ก็ตามไปติด ๆ
ทั้งห้าคนยืนขวางอยู่หน้ายายเย่ ทำให้ญาติทางบ้านเดิมของนางหลิ่วไม่กล้ากำเริบเสิบสาน
มารดานางหลิวกล่าวว่า “พวกเจ้าอย่ารังแกกันให้มากนักเลย ของที่พวกเจ้าทำหายก็พูดมา พวกเราชดใช้ให้ เหตุใดต้องบีบคั้นคนให้ถึงตายด้วย!”
“ใครกันแน่ที่บีบคั้นใครให้ถึงตาย?” ยายเย่ตวาด “ยามนี้ลูกสะใภ้กับหลานชายของข้าตายไปแล้ว ส่วนลูกเขยของเจ้ากลับยังมีชีวิตอยู่ดีในที่ว่าการ!
“อยากให้พวกเราให้อภัยก็ได้ ให้บ้านเจ้าชดใช้ด้วยชีวิตคนสองคนเสียก่อน!”
เมื่อได้ฟังคำของยายเย่ สีหน้าญาติทางบ้านเดิมของนางหลิ่วก็หม่นหมองลง
โดยเฉพาะพี่สะใภ้ใหญ่ของนางหลิ่ว แต่เดิมนางก็ไม่อยากมาอยู่แล้ว มองอย่างไรก็เห็นว่าน้องสามีเป็นฝ่ายผิด คราวนี้เพียงถูกคนในหมู่บ้านยุยงไม่กี่คำก็พากันมาหาเรื่อง ไม่รู้คิดอะไรกันอยู่
แต่พ่อแม่สามีกับสามีต่างมากันหมด ทั้งยังเรียกนางมาด้วย หากไม่มาก็คงไม่เหมาะ
พอมาถึงก็เป็นดังที่คาด อีกฝ่ายมีเหตุผลเต็มเปี่ยม บ้านตนหาใช่ฝ่ายได้เปรียบไม่ ซ้ำยังเห็นน้องสามีถูกไม้กวาดตีอีก
เมื่อเห็นนางหลิ่วถูกตี ในใจพี่สะใภ้ใหญ่หลิวกลับรู้สึกสะใจอยู่หลายส่วน
ยามอยู่บ้าน นางหลิ่วอาศัยว่าตนเปิดร้านขายของชำ มีเงินอยู่บ้าง จึงไม่เคารพนางแม้แต่น้อย
พ่อแม่สามีกับสามีต่างก็เอาอกเอาใจน้องสามีสารพัด แม้แต่ลูกทั้งสองของนางก็เพราะน้องสามีมักให้ขนมกิน จึงสนิทกับน้องสามีมากกว่า บางครั้งยังย้อนมาตำหนินางผู้เป็นมารดาเสียอีก
พี่สะใภ้ใหญ่หลิวเบื่อหน้าน้องสามีคนนี้เต็มทนแล้ว วันนี้ในที่สุดก็ได้เห็นนางเสียหน้า ในใจก็อดรู้สึกผ่อนคลายไม่ได้
ท้ายที่สุดยายเย่หันไปพูดกับนางหลิ่วว่า “เจ้าเต็มใจใช้ชีวิตกับขยะไปชั่วชีวิตก็ไม่เกี่ยวกับพวกเรา
