บัดนี้พ้นยามต้นฤดูใบไม้ร่วงมาแล้ว แต่ยังไม่ถึงเทศกาลไหว้พระจันทร์ เป็นฤดูกาลที่เด็ก ๆ ในชนบทชื่นชอบที่สุด
ทุกปีเมื่อถึงช่วงนี้ เมืองหลวงมักมีอากาศปลอดโปร่ง เย็นสบาย
เพียงหลบแดดจัดในช่วงเที่ยงสักหนึ่งหรือสองชั่วยาม อุณหภูมิในเวลาอื่นก็ยังน่าอภิรมย์ยิ่ง
สายน้ำในแม่น้ำเมื่อผ่านแดดเที่ยงแผดเผามาแล้ว ก็ไม่เย็นจัดแม้แต่น้อย
ช่วงนี้ฝนก็ตกไม่มาก น้ำในแม่น้ำจึงตื้น ชาวบ้านหลายคนมักถือโอกาสไปซักเสื้อผ้า ผ้าปูที่นอน และผ้าห่มริมแม่น้ำในยามบ่าย ทำให้บริเวณนั้นคึกคักยิ่ง
เด็กบางคนในหมู่บ้านที่ไม่ต้องอ่านหนังสือก็มักตามคนในครอบครัวหรือสหายวัยเดียวกันไปเล่นริมแม่น้ำด้วย
เพราะมีชาวบ้านอยู่มากมาย ผู้ปกครองจึงพอวางใจได้บ้าง และควบคุมดูแลเด็ก ๆ ผ่อนคลายกว่าวันอื่นเล็กน้อย
แต่ตระกูลเย่กำชับเด็ก ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเสมอว่า หากไม่มีผู้ใหญ่ในบ้านพาไป ห้ามไปเล่นริมแม่น้ำตามลำพังเด็ดขาด
ดังนั้นพี่น้องทั้งห้าจึงหารือกันว่าจะพาชิงเทียนไปเที่ยวหลังเขา
“ชิงเทียน พวกเราไปดูบ้านหลังใหม่ตรงเชิงเขากันก่อน แล้วค่อยไปหลังเขา ดีหรือไม่?
“ไก่กับเป็ดที่บ้านเราย้ายไปเลี้ยงไว้ตรงบ้านหลังใหม่หมดแล้ว
“ท่านย่าบอกว่าพอใกล้เทศกาลไหว้พระจันทร์ ก็ขายไก่ตัวผู้ได้แล้ว เหลือไว้สักหนึ่งหรือสองตัวกับแม่ไก่ก็พอ”
“แม่ไก่ที่บ้านเริ่มออกไข่กันทีละตัวแล้ว ช่วงนี้พวกเรากินไข่กันทุกเช้า ท่านย่ายังตั้งใจเก็บใส่ตะกร้าไว้ให้เจ้าตะกร้าหนึ่ง บอกให้เจ้านำกลับไปกินที่เมืองหลวงด้วย!”
