เย่ชิ่งซานไต่เต้าจากฐานะต่ำต้อยขึ้นมาทีละก้าวด้วยผลงานทางทหารของตนเอง หลายปีมานี้ประจำอยู่ชายแดน เพิ่งกลับเมืองหลวงมาได้ไม่ถึงปี
เขาจึงรู้เรื่องความลับในราชวงศ์เหล่านี้น้อยยิ่งนัก ในใจก็ใคร่รู้อยู่ไม่น้อย
แต่เขาเข้าใจดีว่าเรื่องเช่นนี้มิใช่สิ่งที่ตนควรรู้ ยิ่งพัวพันน้อยเท่าใดก็ยิ่งดี
หลังจากสั่งให้จัดการคนของเฉิงชินอ๋องทั้งหมดแล้ว เย่ชิ่งซานก็เรียกเหล่าผู้ใต้บังคับบัญชามารวมกัน กำชับพวกเขาอย่างละเอียดถี่ถ้วน
“พวกเจ้าล้วนผ่านความเป็นความตายติดตามข้ามาหลายปี ที่ข้าพาพวกเจ้ากลับเมืองหลวง ก็หวังให้ชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเจ้าดีขึ้น ไม่ต้องอยู่ชายแดนอย่างหวาดหวั่นว่าจะเอาชีวิตไม่รอดอีก มิใช่เพื่อพาพวกเจ้าไปตกนรก
“คำที่ข้าควรกล่าวก็กล่าวไปหมดแล้ว วาจาใดฟังได้ วาจาใดฟังไม่ได้ วาจาใดแม้ได้ยินแล้วก็ต้องกลืนลงท้องไปให้สิ้น พวกเจ้าคงรู้ดีแก่ใจ”
เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนก็พากันเอ่ยขึ้นเซ็งแซ่
“หัวหน้า ท่านพูดเรื่องอะไรหรือ พวกเราไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น”
“ใช่แล้วหัวหน้า เมื่อครู่เกิดอะไรขึ้นหรือ”
“หูข้าไม่ค่อยดี...”
“เมื่อครู่ข้าใจลอย...”
“เมื่อครู่ข้ากำลังคิดถึงเมียที่บ้าน...”
เมื่อเห็นว่าทุกคนพูดจาเหลวไหลขึ้นทุกที พี่สามก็สาวเท้าเข้ามาถลึงตาใส่พวกเขา ก่อนกล่าวว่า “พูดจาไร้สาระอะไรกัน รีบไปเก็บกวาดบนทางหลวงใหญ่ให้สะอาดเสีย พยายามกลับไปให้ทันก่อนฟ้ามืด มิฉะนั้นคืนนี้ก็ต้องค้างแรมกลางป่าเขาอีกคืน”
ทุกคนเบื่อหน่ายกับการพักค้างกลางแจ้งมานานแล้ว พอได้ยินเช่นนี้ก็กรูกันไปเก็บกวาดทันที
