จวนรุ่ยชินอ๋อง ห้องหนังสือ
“ผู้อาวุโสเฉินสมกับเป็นพ่อครัวหลวงคนโปรดของเสด็จพ่อ ฝีมือยอดเยี่ยมไร้ที่ติจริง ๆ”
รุ่ยชินอ๋องเอนกายอยู่บนตั่งนุ่ม ยกขาพาดกันพลางเอียงศีรษะมองชิงเทียนที่กำลังเล่นไม้ต่อรูปเจ็ดชิ้นอยู่ข้าง ๆ เขาหรี่ตาลง คล้ายยังคงลิ้มรสอาหารค่ำอันโอชะเมื่อครู่
ผู้ดูแลจวนอ๋องที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เอ่ยอย่างจนใจว่า “ท่านอ๋อง ยามนี้ทั้งในราชสำนักและเมืองหลวงล้วนมีเสียงที่ไม่เป็นผลดีต่อท่านดังขึ้นมากมายแล้ว
“หากองค์หญิงใหญ่หมายมั่นจะใส่ร้ายท่าน พวกเราคงมีปากก็ยากจะชี้แจงให้กระจ่าง!
“เรื่องใหญ่ถึงเพียงนี้ อย่างน้อยท่านก็ใส่ใจสักหน่อยเถิด!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ชิงเทียนก็หยุดมือ แล้วหันมามองพวกเขา
ใช่ว่าผู้ดูแลจวนอ๋องอยากพูดเรื่องเหล่านี้ต่อหน้าเด็กน้อย ทว่าตั้งแต่รุ่ยชินอ๋องกลับจวนเมื่อยามบ่าย เขาก็เอาแต่หลบเลี่ยงเรื่องนี้ ไม่ว่าจะไปที่ใดก็พาชิงเทียนไปด้วย
บรรดาขุนนางในจวนอ๋องร้อนใจจนแทบทนไม่ไหว ท้ายที่สุดจึงผลักให้เขามาพบรุ่ยชินอ๋อง โดยกำชับว่าวันนี้จะต้องพูดเรื่องนี้ให้กระจ่าง
รุ่ยชินอ๋องยื่นมือไปลูบศีรษะเล็ก ๆ ของชิงเทียน หยิบไม้ต่อรูปเจ็ดชิ้นขึ้นมาชิ้นหนึ่งแล้วช่วยนางต่อเข้าด้วยกัน ก่อนเอ่ยเสียงอ่อนโยนว่า “ไม่เป็นไร เล่นของเจ้าไปเถิด”
หลังปลอบชิงเทียนแล้ว เขาจึงหันไปกล่าวกับผู้ดูแลจวนอ๋องว่า “พวกเจ้าจะร้อนใจไปไย เรื่องนี้มีทั้งพยานและหลักฐาน ไม่ใช่นางกล่าวเพียงฝ่ายเดียวแล้วจะโยนความผิดให้ข้าได้
“ยิ่งไปกว่านั้น วันนี้เสด็จพี่มอบหมายให้ข้าจัดการเรื่องนี้แต่ผู้เดียว ยังไม่เพียงพอที่จะบอกว่าเขาไว้วางใจข้าหรือ?”
