“เจ้าดื่มจนยังไม่สร่างหรือไร พูดจาเหลวไหลแล้ว!” อาสะใภ้ใหญ่เย่ตบเย่เหล่าต้าไปหนึ่งที “กลับกันเถิด วันนี้เถ้าแก่เนี้ยผู้นั้นจะมา หากปล่อยให้นางรอข้าคงไม่ดี”
ทั้งครอบครัวสามคนพาอาสะใภ้สามเย่กลับไปยังบ้านของเจียงหยวนไวด้วย
เพิ่งเข้าห้องพักหายเหนื่อย บ่าวบ้านเจียงก็เข้ามาเรียนว่า “นางโหยว นายท่านของพวกเราขอเชิญท่านไปพบขอรับ!”
“ได้ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้” อาสะใภ้ใหญ่เย่ลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าบนตัว
เย่เหล่าต้ามองอยู่ด้านข้าง แม้ชุดนี้จะเป็นชุดที่ดีที่สุดของอาสะใภ้ใหญ่เย่แล้ว แต่ก็ยังมีรอยปะอยู่สองแห่ง
ฝีมือของอาสะใภ้รองเย่ประณีตยิ่ง รอยปะทั้งสองถูกเย็บจนดูราวกับเป็นลวดลายประดับบนเสื้อผ้ามาแต่เดิม หากคนอื่นไม่สังเกตให้ดี ย่อมยากจะมองเห็นความผิดปกติ
ทว่าเย่เหล่าต้ารู้ดีแก่ใจ จึงอดนึกเสียดายไม่ได้ที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้ซื้อผ้ากลับมาจากเมืองหลวงสักหลายพับ ให้อาสะใภ้ใหญ่เย่ตัดชุดใหม่สักสองชุด
ในถุงเงินของเขายังมีเงินเหลืออยู่บ้าง เป็นเงินที่ได้จากการขายของป่าก่อนหน้านี้
เช่นนั้นระหว่างที่ยังอยู่ในอำเภอ อีกประเดี๋ยวพาชิงเทียนออกไปเดินเล่นเสียหน่อยก็ดี
เย่เหล่าต้าวางแผนไว้ในใจอย่างดี น่าเสียดายที่เวลานี้บุตรสาวสุดที่รักกลับไม่อยากไปกับเขา แต่สนใจเถ้าแก่เนี้ยที่อาสะใภ้ใหญ่เย่พูดถึงเป็นอย่างยิ่ง
“ท่านแม่ พาข้าไปด้วยเถิด!” ตอนอาสะใภ้ใหญ่เย่กำลังจะออกจากบ้าน ชิงเทียนก็ย่องเข้ามาหาแล้วคว้าชายเสื้อของนางไว้
“เจ้าอยากไปหรือ?” อาสะใภ้ใหญ่เย่คิดว่าพาชิงเทียนไปด้วยก็ไม่เป็นไร ปกตินางว่าง่าย ไม่งอแง
แต่ผู้ใหญ่พูดคุยกัน สำหรับนางคงน่าเบื่อยิ่ง ไม่รู้ว่าจะคุยกันนานเพียงใด
“ทว่าที่นั่นไม่มีของเล่น เจ้าได้แต่นั่งนิ่ง ๆ จะไม่เป็นไรหรือ? มิสู้รออยู่ที่นี่ ให้ท่านพ่อพาเจ้าไปเล่นดีหรือไม่?”
เย่เหล่าต้าเอ่ยเสริมว่า “ใช่แล้ว พ่อกำลังจะออกไปพอดี ให้พ่อพาเจ้าออกไปเดินเล่นดีหรือไม่?”
ชิงเทียนกลับกอดขาอาสะใภ้ใหญ่เย่แน่น พลางส่ายหน้ารัว
ออกไปเดินเล่นมีสิ่งใดน่าสนใจ อำเภอแห่งนี้นางก็เคยเดินเที่ยวมาแล้ว
“ข้าอยากไปดูเถ้าแก่เนี้ย” ชิงเทียนมองอาสะใภ้ใหญ่เย่อย่างน่าสงสาร
