เย่เหล่าซื่อวันนี้มีความสุขเป็นพิเศษอย่างแท้จริง
ยามต้อนรับแขกอยู่ด้านนอก ความตื่นเต้นยินดีของเขาปรากฏชัดจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
เคราะห์ดีที่มีพี่ชายทั้งสามคอยดูแลช่วยเหลือ ทั้งยังช่วยดื่มแทนเขาอยู่ตลอด เย่เหล่าซานถึงกับแอบสลับสุราในจอกของเย่เหล่าซื่อเป็นน้ำเปล่า
หาไม่แล้ว หากเย่เหล่าซื่อเดินชนจอกดื่มคารวะไปทีละโต๊ะเช่นนี้ ยังไม่ทันถึงครึ่งทางก็คงเมามายจนหมดสภาพ
ตอนแรกเมื่อเย่เหล่าซื่อพบว่าสุราในจอกกลายเป็นน้ำเปล่า ก็ยังไม่ค่อยพอใจนัก
โชคดีที่เย่เหล่าต้ากระซิบข้างหูว่า “พอได้แล้ว อย่าได้ใจจนเกินไป คืนนี้ยังจะเข้าหอหรือไม่? อยากให้พวกพี่ชายหามเจ้าเข้าไปหรือไร?”
คำพูดนี้ทำให้เย่เหล่าซื่อได้สติกลับคืนมา ในช่วงหลังของการดื่มคารวะ เขาจึงรู้จักยับยั้งตนเองมากขึ้นจริง ๆ
เคราะห์ดีที่แขกอีกหลายโต๊ะหลังจากนั้นล้วนเป็นคนในหมู่บ้าน ทุกคนต่างหวังจะอาศัยตระกูลเย่ปลูกพืชผลให้ดีในปีนี้ จึงไม่มีทางกลั่นแกล้งเย่เหล่าซื่ออยู่แล้ว
ดังนั้น เมื่อแขกเหรื่อดื่มกินในงานมงคลเสร็จสิ้น เย่เหล่าซื่อก็ยังพอประคองตนอยู่ในสภาพมึนเมาเล็กน้อยได้
เมื่อแขกเหรื่อพากันลาไปหมด เย่เหล่าซื่อก็ได้เข้ามาในห้องหอท่ามกลางการห้อมล้อมของคนในครอบครัวเสียที
เมื่อเห็นแม่นางโจวสวมชุดมงคลทั้งร่าง คลุมผ้าคลุมหน้าและนั่งอยู่ริมเตียงเตา เขาก็ชะงักฝีเท้าทันที สูดลมหายใจลึก ก่อนก้าวเข้าไปอีกครั้งแล้วรับคันชั่งที่ผูกแพรแดงจากมือแม่สื่อ
มือของเย่เหล่าซื่อสั่นเทาอยู่บ้าง เขาสงบจิตใจลงก่อน จึงค่อย ๆ ใช้คันชั่งเปิดผ้าคลุมหน้าได้อย่างราบรื่น
