เย่เหล่าต้าไม่คิดเลยว่าวันนี้ที่เข้ามาในเมือง เงินจะได้มาง่าย ๆ ทั้งยังได้เก้งแบบไม่เสียค่าใช้จ่าย ขายได้เงินตั้งมากมาย แถมยังได้เจอสถานที่ที่รับซื้อสัตว์ป่าเป็นประจำอีกด้วย
เขารีบถามขึ้นทันทีว่า “ที่บ้านข้ายังมีไก่ป่าและกระต่ายป่าที่จับได้เมื่อวันก่อน คุณเถ้าแก่หลิวรับซื้อด้วยหรือไม่?”
ใครจะคิดว่าเถ้าแก่หลิวกลับส่ายหน้าแล้วเอ่ยว่า “ไก่ป่า กระต่ายป่า พวกนี้เห็นกันทั่วไป ที่นี่มีคนโดยเฉพาะนำมาส่งอยู่แล้ว
“เช่น เก้ง กวางดาว แรคคูน เต่าป่าหรืองูที่มีขนาดใหญ่ โดยเฉพาะ หรือหมูป่าก็ได้”
เย่เหล่าต้าคิดในใจว่า ก็สมควรแล้ว ราคาสูงขนาดนี้ จะให้รับซื้อทุกอย่างได้อย่างไร
เขาจดจำที่เถ้าแก่หลิวพูดไว้ในใจทีละอย่าง คิดว่าเมื่อไรที่ได้ฝังศพพ่อเสร็จแล้ว จะได้เข้าป่าล่าสัตว์ทุกวัน
ระหว่างที่พูดกันนั้น บ่าวก็เตรียมของเสร็จเรียบร้อยแล้ว เถ้าแก่หลิวจึงเริ่มชำแหละหนังเก้ง
ท่วงท่าของเถ้าแก่หลิวที่ลื่นไหลราวกับสายน้ำ ทำให้เย่เหล่าต้าตะลึงไปชั่วขณะ
เมื่อเทียบกับเขาแล้ว ฝีมือการชำแหละหนังของตนเองช่างเทียบกันไม่ได้เลยจริง ๆ
ไม่นานนัก หนังเก้งทั้งแผ่นก็ถูกชำแหละออกมาอย่างสมบูรณ์
เถ้าแก่หลิวมอบหนังเก้งให้เย่เหล่าต้า แล้วหันไปล้างมือในอ่างน้ำที่บ่าวถืออยู่
เย่เหล่าต้านึกถึงหนังกวางดาวของตนเอง จึงรีบถามว่า “คุณเถ้าแก่หลิวพอจะรู้หรือไม่ว่าในเมืองนี้ที่ไหนมีฝีมือการฟอกหนังที่ดี? นอกเหนือจากหนังเก้งนี้ ข้ายังมีหนังกวางดาวอีกแผ่นหนึ่งที่อยากจะจัดการด้วย”
“เรื่องนี้เจ้าถามถูกคนแล้ว” ลุงเหยียนเอ่ยขึ้น “เขาทำสัตว์ป่ามากมายทุกปี สนิทสนมกับหวงต้าโถว(หัวหน้าหวง)ผู้ฟอกหนังเป็นอย่างดี!”
หากเป็นยามปกติ เถ้าแก่หลิวก็ไม่สนใจจะยุ่งเรื่องพวกนี้หรอก
แต่เพราะเขาเล็งเห็นฝีมือการล่าสัตว์ของเย่เหล่าต้า และคิดจะร่วมงานกันในระยะยาว การช่วยเหลือเล็ก ๆ น้อย ๆ ในลักษณะนี้ หากช่วยได้ก็ควรช่วยเป็นดี
ดังนั้น หลังจากมอบเงินค่าตัวเก้งให้เย่เหล่าต้าแล้ว เขาก็เรียกบ่าวคนหนึ่งมากล่าวว่า “เสี่ยวซื่อจื่อ เจ้าพาพวกเขาไปหาหวงต้าโถวหน่อย”
เสี่ยวซื่อจื่อรับคำ แล้วพาเย่เหล่าต้ากับพวกออกจากประตูไป เลี้ยวเข้าตรอกด้านหลัง
