“พวกเจ้าคิดจะทำอะไร?” ฉินเฮ่อเซวียนไม่เคยพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน ทว่ากลับไม่แสดงความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขาขยับไปยืนบังชิงเทียนไว้ด้านหลัง ก่อนเอ่ยถามอย่างสุขุม
“ทำอะไรหรือ?” หัวหน้ากลุ่มเลียฟันเหลืองคล้ำด้วยลิ้น พลางยิ้มจนกระเซ็นไปด้วยน้ำลาย “เจ้าว่าพวกเราจะทำอะไร? เผาบ้านเข่นฆ่าปล้นชิง พวกเราทำมาหมดทุกอย่าง!”
“ยิ่งเห็นคุณชายจากตระกูลร่ำรวยกับเด็กสาวหน้าตางดงาม ยิ่งไม่มีทางปล่อยให้หลุดมือ!”
ฟันเหลืองกวาดสายตาขึ้นลงมองฉินเฮ่อเซวียนกับชิงเทียนอย่างละโมบ ขณะประเมินราคาในใจไม่หยุด
เด็กหนุ่มคนนี้อายุมากแล้ว จะขายให้บ้านอื่นไปเป็นลูกย่อมไม่ได้ แต่เสื้อผ้าอาภรณ์ที่สวมใส่ล้วนมีราคาสูง
ยิ่งกว่านั้น เขายังรูปร่างสูงสง่า หน้าตาหล่อเหลา ในเมืองหลวงมีคุณชายไม่น้อยที่ชอบคนเช่นนี้ อย่างไรก็ขายได้ราคางาม
ส่วนเด็กหญิงตัวน้อยที่อยู่ด้านหลัง แม้จะยังเยาว์วัยไปสักหน่อย แต่เห็นได้ชัดว่าเป็นโฉมงามแต่กำเนิด หากขายเข้าโรงคณิกา ย่อมมีคนแย่งกันซื้อแน่
การค้าครั้งนี้ อย่างน้อยก็ทำกำไรได้ยี่สิบตำลึงเงิน
ยิ่งคิดฟันเหลืองก็ยิ่งเห็นว่าการค้าครั้งนี้คุ้มค่านัก เช่นนั้นยังจะรออะไร ลงมือเสียสิ!
เขายื่นมือไปคว้าแขนฉินเฮ่อเซวียน ทว่าอีกฝ่ายกลับยกเท้าถีบเข้ากลางอกอย่างแรง
ฟันเหลืองเซถอยหลังติดกันสามก้าว กว่าจะตั้งหลักได้ก็แทบไม่ทัน ล้มก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้น
ลูกน้องอีกสองคนมองจนตาค้าง
คนร่างสูงถามอย่างทึ่มทื่อว่า “พี่ใหญ่ ท่านไปเรียนกระบวนท่าใหม่มาจากที่ใดหรือ?”
คนร่างเตี้ยแอบเหยียบเท้าเขา ส่งสัญญาณไม่ให้พูดจาเหลวไหล
ฉินเฮ่อเซวียนมองฟันเหลือง คิ้วขมวดแน่น
ก่อนหน้านี้ตอนประลองกับผู้อื่นในค่ายทหารนอกด่าน แทบไม่มีใครทนรับลูกถีบของเขาได้
คนส่วนใหญ่ล้วนถูกถีบจนล้มลงไปกองกับพื้น
หรือว่าคนที่เคยประลองกับเขา ต่างเห็นแก่ที่เขาเป็นหลานชายของแม่ทัพเหวิน จึงจงใจออมมือเพื่อเอาใจเขา?
ไม่น่าใช่กระมัง!
ถึงพลทหารชั้นผู้น้อยบางคนจะคิดเช่นนั้นได้ แต่เหล่าทหารเก่าภายใต้บังคับบัญชาของท่านตาไม่มีทางเป็นคนเช่นนั้นแน่
ถึงอย่างไร ฉินเฮ่อเซวียนก็ยกระดับความระแวดระวังในใจขึ้นอีกครั้งแล้วครั้งเล่า
