หลังจากพักฟื้นอยู่ในปราสาทมาหลายวัน ชิงเทียนก็ต้องไปเข้าร่วมงานเลี้ยงที่ราชวงศ์บริเตนใหญ่จัดขึ้นเพื่อนางกับฉินเฮ่อเซวียน
หลังพักกลางวันในวันนี้ ชิงเทียนก็เปลี่ยนมาสวมชุดแบบตะวันตกที่อาสะใภ้รองเย่ตัดเย็บให้นาง
แม้รูปแบบเสื้อผ้าจะเป็นแบบตะวันตก ทว่าก็ยังมีเอกลักษณ์ของต้าฉีอยู่หลายส่วน ทั้งยังผ่านการปรับแก้ด้วยฝีมืออันประณีตของอาสะใภ้รองเย่
เพียงแค่คิดหาวิธีสวมเสื้อผ้าให้ชิงเทียนทีละชั้น ปี้รุ่ยก็เหนื่อยจนเหงื่อท่วมกายแล้ว
“เสื้อผ้าที่สตรีชาวตะวันตกสวมใส่ช่างซับซ้อนยิ่งนัก แต่พอองค์หญิงสวมชุดนี้แล้วงดงามเหลือเกิน” ปี้รุ่ยกล่าวพลางประคองมือชิงเทียน พานางไปยืนหน้ากระจกเงาบานใหญ่
เมื่อมองตนเองในกระจก ชิงเทียนก็แทบจำตัวเองไม่ได้อยู่ชั่วขณะ
จุดเด่นของเครื่องแต่งกายสตรีบริเตนใหญ่คือเสื้อท่อนบนรัดรูป เน้นสัดส่วนโค้งเว้าของร่างกาย ส่วนกระโปรงบานกว้าง ภายในยังมีโครงกระโปรงช่วยขับเน้นเอวให้ดูคอดกิ่วและเผยให้เห็นความสง่างามสูงศักดิ์
เสื้อผ้าแบบนี้แตกต่างจากเครื่องแต่งกายของต้าฉีอย่างสิ้นเชิง ทั้งยังทำให้ชิงเทียนดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นหลายปีในพริบตา
ปี้รุ่ยมองแล้วอดทอดถอนใจไม่ได้ ปกตินางมักรู้สึกว่าองค์หญิงยังเป็นเด็กน้อยอยู่เสมอ
แต่เมื่อได้เห็นเช่นนี้ ชิงเทียนก็เติบโตเป็นสาวเต็มตัวแล้วจริง ๆ
หลังเปลี่ยนชุดเสร็จ ชิงเทียนจึงพบว่าโครงกระโปรงอันกว้างใหญ่ทำให้นั่งลำบาก นางจึงได้แต่ยืนอยู่ตรงนั้น ปล่อยให้สาวใช้ช่วยจัดแต่งทรงผมและเครื่องประดับ
ปี้รุ่ยยืนมองอยู่ข้าง ๆ ด้วยแววตาเปี่ยมความรู้สึก ราวกับองค์หญิงน้อยของนางเติบโตเป็นผู้ใหญ่เสียที
