หวังเจิ้งเป่าที่อยู่ข้าง ๆ พลอยร่วมวงหยอกล้อด้วย เขาทำหน้าทะเล้นใส่ชิงเทียนไม่หยุด พลางเอ่ยว่า “พวกเราจะไปเสวยสุขที่คฤหาสน์ชนบททางใต้แล้ว เจ้าไม่เคยไปทางใต้มาก่อนกระมัง?”
ชิงเทียนเม้มปาก แม้นางไม่รู้ว่าทางใต้เป็นเช่นไร แต่เมื่อเห็นครอบครัวนางหลิวมีท่าทางยินดีปรีดา ที่นั่นคงเป็นสถานที่ซึ่งดีกว่าที่นี่มากกระมัง?
แต่พี่ชายฉินบอกชัดเจนว่า หากภายหน้าถูกใครรังแก นางสามารถไปบอกเขาได้
แล้วตระกูลฉินจะช่วยเหลือคนที่เคยรังแกนางได้อย่างไร?
แม้ชุนฮวาจะไม่ได้กระโดดโลดเต้นเช่นหวังเจิ้งเป่า แต่รอยยิ้มบนใบหน้าก็ปิดไม่มิด
ต่อให้ชิงเทียนมีบิดามารดาที่รักนางแล้วอย่างไรเล่า สุดท้ายก็ต้องอยู่ในหมู่บ้านหรงซีอันแร้นแค้นไปชั่วชีวิต ภายหน้าก็แต่งกับชายชนบทที่มีฐานะพอ ๆ กัน มีลูกสักสองสามคน แล้วใช้ชีวิตเหน็ดเหนื่อยเช่นเดียวกับนางเจียง
แม้บิดามารดาของนางจะโปรดปรานพี่ชายมากกว่า ทว่าท่านป้ากลับได้แต่งงานกับครอบครัวที่ดี
หลังไปถึงทางใต้ ขอเพียงนางเอาใจท่านป้าได้ แล้วท่านป้ายอมช่วยเป็นแม่สื่อให้นางแต่งกับหัวหน้าคนงานเล็ก ๆ ในจวนฉิน ชีวิตภายหน้าของนางย่อมดีกว่าชิงเทียนเป็นร้อยเป็นพันเท่า
สองพี่น้องเหลิ่งเจิงกับเหลิ่งหรงที่อยู่ข้าง ๆ หมดความอดทนกับการโอ้อวดของนางหลิวมานานแล้ว
ก่อนหน้านี้เพียงคร้านจะใส่ใจนาง ครั้นเห็นว่ามัดสัมภาระเรียบร้อยแล้ว ทั้งคู่จึงเร่งให้นางหลิวกับครอบครัวขึ้นรถ
หวังต้าหลงพาบุตรชายขึ้นรถคันหน้า แล้วเรียกหวังต้าหูขึ้นไปด้วย
จากนั้นจึงหันไปบอกนางเจียงที่ยังอยู่ด้านล่างว่า “เจ้าพาชุนฮวาไปนั่งรถคันหลังกับท่านแม่”
หวังต้าหลงถึงกับไม่เอ่ยเยาะเย้ยเย่เหล่าต้าสักคำ
กลับทำท่าราวกับไม่ใส่ใจสิ่งใด
เมื่อไปจากที่นี่แล้ว ฐานะของเขากับเย่เหล่าต้าก็จะต่างกันราวฟ้ากับเหว
แต่ก่อนเขาเคยได้ยินเพียงในนิทานว่า สตรีเจียงหนานพูดจาอ่อนหวาน อ่อนโยนดุจสายน้ำ ไม่เคยคาดคิดว่าชาตินี้ตนจะมีโอกาสได้สัมผัสด้วยตนเอง
ในใจเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นยินดี รู้สึกว่าแค่มองเย่เหล่าต้าอีกสักครั้งก็เหมือนลดฐานะตนเอง
เพียงแต่รถล่อคันนี้ช่างแปลกนัก เหตุใดแม้แต่หน้าต่างรถก็ยังติดลูกกรงไว้ด้วย?
