“เรื่องนี้เห็นจะไม่ได้กระมัง” ฉินเฮ่อเซวียนโบกมือปฏิเสธครั้งแล้วครั้งเล่า
แม้ข้อเสนอของฉินเฮ่อเซวียนที่ให้เย่เซี่ยงเหลยไปเป็นลูกมือจะกะทันหันเกินไป จนเย่จวนเอ๋อร์ยังคิดไม่ออกว่าเขามีเหตุผลอันใด
แต่เย่จวนเอ๋อร์คิดว่า อย่างไรเสียครอบครัวของนางก็ไม่มีสิ่งใดให้หลอกเอาได้อยู่แล้ว
อีกอย่าง นั่นคือคุณชายน้อยแห่งตระกูลฉิน คนอย่างเขาจะว่างจนคิดหาเรื่องหยอกชาวบ้านตาดำ ๆ อย่างพวกนางเล่นได้อย่างไร!
จากนั้นก็ได้ยินฉินเฮ่อเซวียนกล่าวว่า “แต่ร้านค้าของบ้านข้าล้วนอยู่ในเมืองหลวง หากไปเป็นลูกมือที่นั่น เกรงว่าคงกลับบ้านได้ไม่บ่อย ท่านทำใจได้หรือ?”
“มีอะไรให้ทำใจไม่ได้!” เย่จวนเอ๋อร์ตอบอย่างเด็ดขาด “เขาออกไปเสียเร็ว ๆ ข้าจะได้ไม่ต้องคอยเป็นห่วงทุกวัน!”
แม้เย่จวนเอ๋อร์จะอดเป็นห่วงไม่ได้อยู่บ้าง
หากอยู่ในตัวอำเภอ กลับบ้านก็สะดวก นางเองก็ไปเยี่ยมเขาได้ง่าย
แต่หากเป็นเมืองหลวง การเดินทางไปมาคงไม่สะดวกเช่นนั้น
ทว่าพอคิดอีกที โอกาสเช่นนี้หาได้ยากยิ่ง เพื่ออนาคตของบุตรชาย นางจะถ่วงขาเขาในเวลานี้ไม่ได้
อย่างไรก็ดี ความยินดีไม่ได้ทำให้นางหน้ามืดตามัวไปเสียหมด เมื่อตอบตกลงแล้ว นางยังนึกถามขึ้นได้ว่า “รบกวนท่านช่วยถามให้หน่อยได้หรือไม่ ว่าท่านคิดจะให้เขาไปเป็นลูกมือที่ร้านใด?”
เรื่องนี้สำคัญนัก แม้จะเป็นร้านของตระกูลฉินเหมือนกัน แต่ร้านขายของโบราณกับร้านขายกระดาษหยาบย่อมแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
ฉินเฮ่อเซวียนเพียงเห็นว่าเย่เซี่ยงเหลยอยู่ไม่สุข หากให้อยู่ข้างชิงเทียนก็ไม่ปลอดภัย จึงอยากหาเหตุผลสักข้อส่งเขาออกไป มิได้คิดร้ายแต่อย่างใด
เขาครุ่นคิดถึงร้านค้าหลายแห่งในนามของตน ก่อนกล่าวว่า “มีหอสุราเหอเต๋อ ร้านขายของสะสมและของโบราณกุยเป่าไจ ร้านหลิงหลงเก๋อที่ขายสินค้าจากดินแดนตะวันตกโดยเฉพาะ อีกแห่งเป็นโรงรับจำนำ และยังมีร้านสินค้าจากนอกด่านซานฮั่วจวง พวกท่านลองเลือกดูว่าอยากให้ไปที่ใด”
กิจการเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่บิดามารดาและท่านตาผู้เป็นแม่ทัพมอบให้เขาเพราะรักและเอ็นดู
หอสุรากับโรงรับจำนำเป็นสินเดิมของฮูหยินฉิน
ส่วนกุยเป่าไจและหลิงหลงเก๋อเป็นสิ่งที่ใต้เท้าฉินจัดเตรียมไว้ให้บุตรชาย
