“ไม่เป็นไร ข้าอยากมีน้องสาวมาตลอด น่าเสียดายที่ในบ้านข้าเป็นน้องเล็กที่สุดแล้ว
“ก่อนหน้านี้ระหว่างทาง ข้าอิจฉาชางรุ่ยยิ่งนัก ที่มีน้องสาวน่ารักอย่างชิงเทียน ช่างดีเหลือเกิน!”
เด็กทั้งห้าคนในตระกูลเย่พากันพยักหน้าพร้อมกัน
เย่ชางเหนียนฉวยโอกาสถามขึ้นว่า “ท่านแม่ใหญ่ คราวนี้น้องสาวกลับมาแล้วจะไม่ไปไหนอีกใช่หรือไม่?”
หลายวันมานี้น้องสาวไม่อยู่บ้าน มีเพียงพวกเขาห้าคน พี่ใหญ่ยังต้องยุ่งกับการท่องตำราและฝึกเขียนอักษร ช่างน่าเบื่อเหลือเกิน
แม้เมื่อก่อนตอนอยู่นอกด่านก็เป็นเช่นนี้
แต่หลังจากชิงเทียนมา ทุกคนก็ค่อย ๆ ชอบพาชิงเทียนไปด้วยไม่ว่าจะทำสิ่งใด
ขอเพียงมีชิงเทียนอยู่ด้วย พวกเขาก็ดูจะมีเรี่ยวแรงทำสิ่งต่าง ๆ มากขึ้น และงานทั้งหลายก็ราบรื่นกว่าเดิม
เพราะฉะนั้นหลายวันที่ชิงเทียนไม่อยู่บ้าน เด็ก ๆ ต่างคิดถึงนางเหลือเกิน
อาสะใภ้ใหญ่เย่ได้ยินแล้วก็ลังเลเล็กน้อย
พรุ่งนี้นางต้องกลับเข้าอำเภอพร้อมอาจารย์เว่ยและคุณชายน้อยฉิน แต่ที่จริงนางไม่ค่อยอยากให้เย่เหล่าต้าตามไปอยู่เป็นเพื่อนแล้ว
ประการแรก นางไม่ได้ไปคนเดียว ยังมีอาสะใภ้สามเย่ไปเป็นเพื่อน
ประการที่สอง เจียงหยวนไวรู้แล้วว่านางรู้จักกับฮูหยินฉิน จึงมีแต่จะดูแลนางมากขึ้น ไม่มีทางคิดขัดขวางนางเป็นแน่
ประการที่สาม เย่เหล่าต้าตามไปก็ไม่มีอะไรให้ทำ อาสะใภ้ใหญ่เย่มองออกว่าเขาเริ่มอยู่ไม่สุขมานานแล้ว
ทว่านางเข้าเมืองคราวนี้คงกลับมาไม่ได้ภายในวันสองวัน หากทิ้งเด็ก ๆ ไว้ที่บ้าน นางก็เป็นห่วงว่าชิงเทียนจะกลัว
อาสะใภ้ใหญ่เย่จึงได้แต่กล่าวอย่างคลุมเครือว่า “ยังบอกไม่ได้ รอดูสถานการณ์ก่อนเถิด!”
ในบ้านนี้ คนที่คิดถึงชิงเทียนที่สุดหาใช่พี่ชายทั้งห้าคนไม่ แต่เป็นเจ้าหมาน้อยต่างหาก
เพียงแต่มีแขกผู้มีเกียรติมาเยือน เย่เหล่าต้ากลัวเจ้าหมาน้อยจะไม่รู้ความและไปล่วงเกินแขก จึงขังมันไว้ในบ้านของตนทันทีที่กลับถึงบ้าน
เจ้าหมาน้อยน่าสงสารได้กลิ่นของชิงเทียน เจ้านายตัวน้อยแล้ว แต่กลับถูกขังอยู่ในบ้าน ออกไปไม่ได้ มันจึงข่วนบานประตูอย่างร้อนใจ
เคราะห์ดีที่ชิงเทียนยังไม่ลืมมัน กินข้าวเสร็จก็จะพาฉินเฮ่อเซวียนไปดูสุนัขน้อยของนาง
อาสะใภ้ใหญ่เย่รีบห้ามไว้
