ก่อนหน้านี้ อาจารย์ของสำนักศึกษาหญิงล้วนเป็นอาจารย์เฒ่าหรืออาจารย์หญิง ครั้นเย่ชางเฟิงมารับหน้าที่สอนที่สำนักศึกษาหญิง จึงดึงดูดความสนใจของเหล่านักเรียนหญิงได้ทันที
แม้เย่ชางเฟิงจะยังหนุ่ม แต่กิริยาท่าทางกลับไม่ต่างจากอาจารย์เฒ่าสักเท่าใด ไม่นานก็สนิทสนมกลมเกลียวกับอาจารย์อาวุโสหลายท่าน จนกลายเป็นสหายต่างวัยกัน
ยามสอน เขามักทำหน้าขรึม แทบไม่เคยเห็นรอยยิ้ม
ยังดีที่เขามีความรู้แน่นปึ้ก ถ่ายทอดเรื่องยากให้เข้าใจง่าย และตั้งใจตอบข้อสงสัยของนักเรียน จึงเป็นที่ชื่นชอบของพวกนางไม่น้อย
มีเพียงเจิ้งซูเหว่ยที่คอยช่วยชิงเทียนวิ่งธุระอยู่บ่อยครั้ง จึงเคยเห็นท่าทีผ่อนคลายพร้อมรอยยิ้มของเย่ชางเฟิงยามอยู่ต่อหน้าชิงเทียน ภาพนั้นทำให้ผู้พบเห็นอดหน้าแดงใจเต้นไม่ได้
นางเองก็ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อใด ในใจถึงมีคนผู้หนึ่งเข้ามาอยู่
ทว่าเย่ชางเฟิงปฏิบัติต่อนางไม่ต่างจากนักเรียนคนอื่น ยังคงเย็นชาและรักษาระยะห่าง
เจิ้งซูเหว่ยเข้าใจดีว่าเย่ชางเฟิงยังหนุ่มนัก หากไม่ใช่เพราะเป็นพี่ชายขององค์หญิงและเป็นคนที่องค์หญิงไว้วางใจ องค์หญิงคงไม่มีทางให้เขามาสอนที่สำนักศึกษาหญิง
ท่าทีของเย่ชางเฟิงก็ยิ่งยืนยันเรื่องนี้
เขาใส่ใจรักษาระยะห่างกับนักเรียนมาโดยตลอด เจิ้งซูเหว่ยคิดว่าเพียงสถานะนักเรียนของตนในยามนี้ ก็เพียงพอให้เย่ชางเฟิงถอยห่างแล้ว
อีกครึ่งเดือนก็จะเข้าสู่เดือนสิบสอง วันอำลาสำนักศึกษาหญิงหลังสำเร็จการศึกษาของนางใกล้เข้ามาทุกที
